วันที่ 2 ส.ค.69 เวลา 10.00 น. นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรี เพื่อตรวจติดตามสถานการณ์อุทกภัยและประเมินความพร้อมในการป้องกันและรับมือมวลน้ำจากภาคเหนือ โดยมี นายวราดิศร อ่อนนุช ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี พร้อมด้วย นายสหชัย แจ่มประสิทธิ์สกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี นายโชติวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสิงห์บุรี หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับและรายงานสถานการณ์ในพื้นที่
จุดแรก คณะลงพื้นที่บริเวณปากคลองกระทุ่มโพรง หมู่ที่ 6 ตำบลพระงาม อำเภอพรหมบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาตลิ่งทรุด โดยมี วิศวกรโครงการชลประทานสิงห์บุรี บรรยายสรุปสถานการณ์และแนวทางแก้ไขปัญหา เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในช่วงฤดูน้ำหลาก
จากนั้น เวลา 10.45 น. คณะเดินทางไปยังบริเวณประตูระบายน้ำบางโฉมศรี ตำบลชีน้ำร้าย อำเภออินทร์บุรี เพื่อติดตามแผนการก่อสร้างแนวป้องกันน้ำท่วมระยะทางประมาณ 800 เมตร โดย นายสยาม อิ่มเจริญ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามหาราช รายงานแผนบริหารจัดการน้ำและความพร้อมของพื้นที่ พร้อมระบุว่าพื้นที่ทุ่งลุ่มต่ำเชียงรากกว่า 38,300 ไร่ สามารถรองรับน้ำได้ประมาณ 80 ล้านลูกบาศก์เมตร รวมถึงชี้แจงเกณฑ์การระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ซึ่งหากระบายในอัตรา 1,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จะเริ่มส่งผลกระทบต่อพื้นที่ และหากเพิ่มเป็น 2,000–2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที น้ำจะเริ่มล้นตลิ่ง พร้อมรายงานผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ทั้งการเสริมคันดิน เรียงกระสอบทราย ช่วยเหลือผู้ประสบภัย และฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำลด
ต่อมา เวลา 11.30 น. คณะลงพื้นที่บริเวณแยกศาลหลักเมือง อำเภอเมืองสิงห์บุรี เพื่อติดตามแนวทางจัดทำแนวป้องกันน้ำท่วมในเขตเมืองและสะพานบางระจันที่กำลังสร้างใหม่ เป็นพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของจังหวัดสิงห์บุรี โดยมี นายอิทธิ เทพมังกร โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสิงห์บุรี และ นายณรงค์ศักดิ์ วิงวอน นายกเทศมนตรีเมืองสิงห์บุรี ร่วมบรรยายสรุปแนวทางการดำเนินงาน
การลงพื้นที่ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยอย่างใกล้ชิด ตรวจสอบสภาพพื้นที่จริง และบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดมาตรการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากอุทกภัยให้มีประสิทธิภาพ สร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน และเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์น้ำเหนือที่อาจส่งผลกระทบต่อจังหวัดสิงห์บุรี
ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยืนยันความพร้อมในการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมจัดเตรียมบุคลากร เครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์สนับสนุน เพื่อบริหารจัดการน้ำและดำเนินมาตรการป้องกันอุทกภัยตามนโยบายของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง








