จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์เล่าเหตุการณ์ โดยอ้างว่ามารดาของตนเคยตกเป็นเหยื่อของ นาย “ป๋อง” ผู้ต้องหาคดีฆาตกรรมอำพรางศพ 5 ราย ในพื้นที่ตำบลห้วยใหญ่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี พร้อมระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อน และมารดารอดชีวิตมาได้อย่างหวุดหวิด ก่อนเรื่องราวจะถูกหยิบยกขึ้นมาเปิดเผยอีกครั้งหลังผู้ต้องหาถูกจับกุม
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง และสัมภาษณ์ นายฉัตร (นามสมมติ) ลูกชายของหญิงผู้เสียหาย ซึ่งเปิดเผยว่า รู้สึกโล่งใจหลังทราบข่าวการจับกุมนาย “ป๋อง” เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมา ครอบครัวต้องใช้ชีวิตด้วยความหวาดระแวง เนื่องจากผู้ต้องหาเคยข่มขู่ว่า หากพ้นโทษจะกลับมาตามฆ่าปิดปาก
นายฉัตรเล่าว่า เมื่อหลายปีก่อน มารดาของตนเคยคบหากับนาย “ป๋อง” โดยผู้ต้องหาอ้างตัวว่าเป็นอดีตตำรวจและสามารถจัดหายาเสพติดได้ ต่อมาเกิดความขัดแย้งกัน ก่อนที่วันเกิดเหตุ ผู้ต้องหาจะพาแม่ของตนไปยังบริเวณ เขาชีจรรย์ ซึ่งเป็นพื้นที่เปลี่ยว ระหว่างทาง ผู้ต้องหาอ้างว่าบริเวณดังกล่าวเคยใช้เป็นสถานที่ฝังศพหลายราย ก่อนลงมือทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรง ใช้ไม้เท้าตีจนกะโหลกศีรษะแตก เส้นเอ็นแขนขาด และใช้อาวุธมีคมปาดลำคอ แต่บาดแผลไม่ถูกหลอดลม โดยระหว่างที่ผู้ก่อเหตุกำลังจะย้ายจุดฝัง เนื่องจากผู้ร่วมก่อเหตุเกรงว่าจะมีชาวบ้านพบเห็น รถจักรยานยนต์เกิดเสียหลักล้ม ทำให้มารดาของตนฉวยโอกาสขี่รถหลบหนีออกมาได้ ก่อนกลับเข้าสู่พื้นที่เมืองพัทยาในสภาพบาดเจ็บสาหัส มีเลือดไหลทั่วร่าง และได้รับความช่วยเหลือจากพลเมืองดีนำส่งโรงพยาบาลจนรอดชีวิต
นอกจากนี้ นายฉัตรยังเปิดเผยว่า ระหว่างที่มารดาหายตัวไป ตนเคยเดินทางไปตามหาที่บ้านของนาย “ป๋อง” แต่กลับถูกผู้ต้องหานำอาวุธปืนมาจ่อศีรษะและข่มขู่ จึงเชื่อมั่นว่าเป็นบุคคลเดียวกับผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมในคดีฆาตกรรมอำพรางศพ 5 ศพ
พร้อมกันนี้ นายฉัตรยังอ้างว่า ผู้ต้องหารายดังกล่าวมีพฤติกรรมใช้ความรุนแรงมาอย่างต่อเนื่อง และเชื่อว่าอาจมีผู้เสียหายรายอื่นอีก จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งขยายผล ตรวจสอบคดีเก่า และรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ผู้เสียหายทุกราย








