ตม.นครพนมจับกุม 2 ชาวเวียดนามคาด่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 ขณะเตรียมเดินทางออกนอกประเทศ พบเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับตำรวจไซเบอร์ พัวพันคดีองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ฉ้อโกงประชาชน ใช้เอกสารปลอม และฟอกเงิน เตรียมส่งดำเนินคดีต่อไป
ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนครพนมดำเนินการเข้มงวด ตรวจบุคคลเข้าออก ตามชายแดนที่เป็นจุดผ่านแดนถาวรต่างๆ เป็นไปภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ไพรัช พุกเจริญ ผบก.ตม.4, พ.ต.อ.มณุวัฒน์ กอสนาน รอง ผบก.ตม.4 มอบนโยบายให้เพิ่มความเข้มงวดในการกำกับ ควบคุม และดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจตรวจคนเข้าเมือง โดยให้ปฏิบัติหน้าที่เป็นไปตามระเบียบ คำสั่ง ตามกฏหมาย อย่างเคร่งครัด
เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2569 ที่จุดผ่านแดนถาวรสะพานมิตรภาพ ไทย-ลาว แห่งที่ 3 (นครพนม-คำม่วน) พ.ต.อ.ชัชชัย สำเนียง ผกก.ตม.จว.นครพนม เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้เดินหน้าในการกวดขันบุคคลเข้า-ออกราชอาณาจักรอย่างเข้มงวด ต่อเนื่อง ต่อมาพ.ต.ท.สุภมิตร กะตะศิลา รอง ผกก.ตม.จว.นครพนมนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองงานตรวจบุคคลและพาหนะ และเจ้าหน้าที่สืบสวนปราบปรามของตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนครพนม จับกุมตัวผู้ต้องหาชาวต่างชาติ ที่ถูกออกหมายจับโดยกองกำกับการ 4 กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 2 (บก.สอท.2) ซึ่งกำลังจะเดินทางออกไปยัง สปป.ลาว จำนวน 2 ราย ชื่อ Mr.VAN NGOC (นามสมมติ) อายุ 33 ปี และ Mr.VAN TU (นามสมมติ) อายุ 39 ปี สัญชาติเวียดนาม ตามหมายจับ ศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ 902/2569 และ 903/2569 ลงวันที่ 19 มิถุนายน 2569 ในข้อหา “ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ, ร่วมกันเป็นอั้งยี่, ร่วมกันเป็นซ่องโจร, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่น, ร่วมกันทำและใช้เอกสารราชการปลอม, ร่วมกันใช้เครื่องหมายราชการปลอมโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, สมคบด้วยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน และร่วมกันฟอกเงิน” โดยจะนำตัวส่งต่อพนักงานสอบสวน กองกำกับการ 4 กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 2 ดำเนินคดีต่อไป
ในการนี้ สตม. ได้ประสานข้อมูล และการปฏิบัติกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถบังคับใช้กฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ในการป้องกันปราบปรามกลุ่มอาชญากรข้ามชาติในทุกมิติ








