หนุ่ม LGBTQ วัย 21 ปี นำคลิปกล้องวงจรปิดร้องสื่อ อ้างถูกกลุ่มวัยรุ่นขี่รถจักรยานยนต์ไล่ติดตามหลังเที่ยวสถานบันเทิง ก่อนถูกทำร้ายจนใบหน้าแตกเลือดอาบ พร้อมถูกพูดจาดูหมิ่นและข่มขู่ เจ้าตัวหวาดกลัวและอับอาย หวั่นคดีเงียบ วอนตำรวจเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี
วันที่ 28 กรกฎาคม 2569 น้องฟิล์ม (นามสมมติ) อายุ 21 ปี ชาว จ.สุรินทร์ ซึ่งเป็น LGBTQ เข้าร้องเรียนต่อผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์ หลังอ้างว่าถูกกลุ่มวัยรุ่นทำร้ายร่างกาย ภายหลังเดินทางไปเที่ยวสถานบันเทิงแห่งหนึ่งในพื้นที่ เมื่อคืนวันที่ 20 กรกฎาคม ต่อเนื่องถึงช่วงประมาณ 04.00 น. วันที่ 21 กรกฎาคมที่ผ่านมา ผู้เสียหายระบุว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุขี่รถจักรยานยนต์ไล่ติดตามจากบริเวณสถานบันเทิงไปจนถึงบริเวณหลังมหาวิทยาลัย ก่อนตามไปถึงหน้าห้องพักแห่งหนึ่งและลงมือทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ โดยมีเลือดออกบริเวณใบหน้า
หลังเกิดเหตุ น้องฟิล์มได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองสุรินทร์ แต่เกรงว่าเรื่องจะไม่คืบหน้าจึงตัดสินใจร้องเรียนผ่านสื่อมวลชน พร้อมนำภาพจากกล้องวงจรปิดมาเป็นหลักฐานประกอบ โดยภาพบางช่วงบันทึกเหตุการณ์ขณะมีกลุ่มวัยรุ่นขี่รถจักรยานยนต์ติดตาม และภาพบริเวณจุดเกิดเหตุหลังเกิดเหตุทำร้ายร่างกาย
น้องฟิล์ม เล่าว่า ช่วงประมาณ 04.00 น. วันที่ 21 กรกฎาคม ขณะยืนพูดคุยกับเพื่อนอยู่บริเวณหน้าสถานบันเทิง จู่ ๆ มีชายคนหนึ่งเดินเข้ามาชกใบหน้า 1 ครั้ง ก่อนวิ่งหนีไป ทำให้ตนล้มลงและศีรษะกระแทกพื้นซีเมนต์บริเวณหน้าร้าน จากนั้นจึงขอให้เพื่อนขี่รถจักรยานยนต์ไปส่งที่ห้องพัก ระหว่างทางมีกลุ่มวัยรุ่น 2 คนขี่รถจักรยานยนต์ตามประกบ พร้อมตะโกนถามและสั่งให้จอดรถ ก่อนชายที่นั่งซ้อนท้ายจะเดินเข้ามาชกใบหน้าอีกครั้งจนล้มลงกับพื้น และเมื่อพยายามลุกขึ้นยังถูกชกซ้ำอีกประมาณ 2-3 ครั้ง จนได้รับบาดเจ็บและมีเลือดออก ทั้งนี้หลังถูกทำร้าย กลุ่มผู้ก่อเหตุมีการพูดจาข่มขู่และใช้ถ้อยคำดูหมิ่นเกี่ยวกับเพศสภาพ ทำให้รู้สึกหวาดกลัวและอับอาย จึงต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย และให้ความเป็นธรรมโดยเร็ว
น้องฟิล์มยืนยันว่า ไม่เคยรู้จักหรือมีความขัดแย้งกับกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุมาก่อน และยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเหตุใดจึงถูกทำร้าย ส่วนอาการบาดเจ็บนั้นก่อนเกิดเหตุเคยมีอาการเส้นเสียงและกล่องเสียงอักเสบ แต่หลังถูกชกจนล้มและมีอาการปวดบริเวณต้นคอและลำคอภายใน ทำให้เสียงแหบมากขึ้น จึงเข้าพบแพทย์และได้รับการตรวจเพิ่มเติม ทั้งการตรวจเอกซเรย์และการตรวจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) โดยข้อมูลการรักษาอยู่กับฝ่ายนิติเวชของโรงพยาบาล
ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสุรินทร์ อยู่ระหว่างติดตามตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดและรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อระบุตัวผู้ก่อเหตุและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป








