พุทธศาสนิกชนและประชาชนชาวบางสะพาน รวมพลังศรัทธาร่วมพิธียกช่อฟ้าอุโบสถและทอดผ้าป่าสามัคคี “วัดทุ่งกระต่ายทอง” อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความอิ่มเอมในบุญและความสามัคคีของคนในชุมชน พร้อมร่วมทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้คงอยู่สืบไป
เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.00 น. ณ วัดทุ่งกระต่ายทอง หมู่ที่ 8 ตำบลพงศ์ประศาสน์ อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีการจัดพิธียกช่อฟ้าอุโบสถและทอดผ้าป่าสามัคคี โดยมีพุทธศาสนิกชนและประชาชนจากหลายพื้นที่เดินทางมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก เพื่อร่วมกันสร้างมหากุศลและสืบสานพระพุทธศาสนา
พิธีอันเป็นมงคลครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายนิมิต วงษ์จินดา นายอำเภอบางสะพาน เป็นประธานในพิธียกช่อฟ้าอุโบสถ พร้อมด้วย นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ คณะผู้บริหาร ข้าราชการ ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ตลอดจนผู้นำชุมชน และประชาชนจากหลายพื้นที่ร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง
อีกหนึ่งบุคคลสำคัญที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงานบุญในครั้งนี้ คือ นางสาวสุภาวดี สมทรง กำนันตำบลกำเนิดนพคุณ ซึ่งได้ร่วมพิธียกช่อฟ้าอุโบสถและทอดผ้าป่าสามัคคี พร้อมร่วมสืบสานประเพณีอันดีงามของพระพุทธศาสนา สะท้อนถึงพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้มั่นคงสืบไป
พิธียกช่อฟ้า ถือเป็นพิธีสำคัญของการก่อสร้างพระอุโบสถที่เปรียบเสมือนการประกาศความสมบูรณ์ของศาสนสถาน เป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นสิริมงคล ความเจริญรุ่งเรือง และความมั่นคงของพระพุทธศาสนา โดยผู้ที่ได้ร่วมพิธีต่างเชื่อว่าเป็นมหากุศลอันยิ่งใหญ่ นำมาซึ่งความเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง ครอบครัว และสังคม
ภายในงานยังมีการทอดผ้าป่าสามัคคี เพื่อระดมปัจจัยสมทบทุนในการก่อสร้างและพัฒนาวัดทุ่งกระต่ายทองให้มีความสมบูรณ์ พร้อมรองรับการประกอบศาสนกิจและเป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชนในพื้นที่ต่อไป บรรยากาศเต็มไปด้วยความปลื้มปีติ เสียงสวดเจริญพระพุทธมนต์ และแรงศรัทธาที่หลอมรวมผู้คนทุกเพศทุกวัยให้มาร่วมสร้างบุญครั้งประวัติศาสตร์
งานบุญครั้งนี้ไม่เพียงสะท้อนถึงความศรัทธาในพระพุทธศาสนาเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความสามัคคีของชาวบางสะพาน ที่พร้อมใจกันสืบสานขนบธรรมเนียมประเพณีอันทรงคุณค่า และร่วมกันรักษาวัดให้เป็นศูนย์กลางแห่งศีลธรรม วัฒนธรรม และความเข้มแข็งของชุมชน เพื่อส่งต่อมรดกทางพระพุทธศาสนาให้คงอยู่กับคนรุ่นหลังอย่างยั่งยืน








