ครูขอนแก่น บุกสหกรณ์จังหวัดจี้ผู้ตรวจฯ เอาจริงตรวจสอบคุณสมบัติประธานสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น-การนำที่ดินขายทอดตลาดเพื่อแก้ปัญหานี้สินและเสริมสภาคล่อง หลังพบใครร้องเรียนไม่อนุมัติให้กู้จนครูที่กลัวยอมถอนฟ้องหลายคนแล้วเพราะไม่มีเงินใช้
เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 21 ก.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สำนักงานสหกรณ์ จ.ขอนแก่น ซึ่งตั้งอยู่ด้านข้างกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 เขตเทศบาลนครขอนแก่น นายจินดา อนุพันธ์ ประธานชมรมพิทักษ์รักษ์สหกรณ์ออมทร้พย์ครูขอนแก่น นำสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่นและสมาชิกชมรมฯ รวมทั้งข้าราชการครูที่ยังคงรับราชการและเกษียรอายุราชการ เข้าพบนายสมพล สุพรหมอินทร์ สหกรณ์ จ.ขอนแก่น และนายกรกฎ ชยุตรารัตน์ ผู้ตรวจราชการกรมเขต 12 เพื่้อชี้แจงข้อเท็จจริงและขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์ได้เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงหลังจากข้าราชการครูที่เป้นสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่นยังคงประสบปัญหาจากสถานการรณ์ที่เกิดขึ้นภายในสหกรณ์จนเป็นปัญหาเรื้อรังมานานหลายปี แม้จะมีการยื่นเรื่องใหเหน่วยงานภาครัฐตรวจสอบและแก้ปัญหายังคงไม่มีความชัดเจนใดๆ จนวันนี้สมาชิกสหกรณ์ฯที่ยื่นฟ้องต่อศาลนับร้อยคนถูกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่นกากบาทสีแดงและไม่อนุมัติให้กู้ยืมหรือทำธุรกรรมใดๆ ซึ่งในการเข้สชี้แจงข้อเท็จจริงและเข้าพบคณะผู้ตรวจราชการ จากกรมส่งเสริมสหกรณ์ เจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนหรือผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าร่วมรับฟังภายในห้องประชุมแต่อย่างใด
นายวิชิต บุญพุฒ สมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่นและกรรมการชมรมพิทักษ์รักษ์สหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น กล่าวว่า ปัญหาการทุจริตภายในสหกรณ๋ออมทรัพย์ครูเป็นปัญหาที่เรื้อรังมานาน จนวันนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยผู้ตรวจกรมส่งเสริมสหกรณ์และสหกรณ์จังหวัดได้เชิญสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่นและผู้ได้รับผลกระทบมาให้ข้อมมูลและชี้แจงข้อเท็จจริงตามที่ได้มีการร้องเรียน โดยข้าราชการครูทั้งที่ยังคงรับราชการและเกษียรอายุราชการ ซึ่งทั้งหมดเป็นสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครู ล้วนมีความหวังและตั้งใจจริงที่จะให้ข้อมูลและหวังว่ารัฐบาลจะแก้ไขปัญหาให้ได้เสียที ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการขาดคุณสมบัติของประธานสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น คนปัจจุบัน ที่ขาดคุณสมบัติว่าด้วยการถูกให้ออกจากราชการ จากการเป็นประธาน อกคศ.สพป.ขอนแก่น เขต 2 เมื่อวันที่ 5 เม.ย.2567 ด้วยเหตุพัวพันกับการทุจริตการสอบครูผู้ช่วย โดยมีคำส่งจากกระทรวงศึกษาธิการชัดเจน และตามระเบียบของนายทะเบียนสหกรณ์ว่าห้ามมิให้บุคคลซึ่งมีลักษณะดังกล่าวต่อไปนี้เป็นหรือทำหน้าที่กรรมการหรือผู้จัดการ ซึ่งเคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ ตาม พรบ.สหกรณ์ พ.ศ.2542 มาตรา 52 แต่เรื่องก็ยังคงเงียบเฉย
"ประเด็นต่อมาคือการที่สหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่นผิดพลาดในการบริหารจัดการและได้มีการเรียกคืนเงินปันผลในปี 2562 กับสมาชิกทุกคน โดยระบุว่าแจ้งผลกำไรผิดพลาด แต่พบว่ามีการรับไปจ่ายเป็นโบนัสกรรมการและพนักงานมากกว่าการปันผลให้กับสมาชิก และเมื่อสมาชิกรายใดไม่มีการจ่ายคืนเงินปันผลกับคืนตามที่สหกรณ์ฯระบุ ก็จะไม่มีการอนุมัติเงินกู้หรือทำธุรกรรมใดๆ จนทำให้สมาชิกที่ได้รับความเดือดร้อน 219 คนยื่นร้องต่อศาลจังหวัดขอนแก่น ซึ่งเมื่้อผู้บริหารสหกรณ์ทราบเรื่องก็จะหมายหัวว่าใครร้องเรียนก็จะไม่อนุมัติเงินกู้ แยกเป็นผู้กู้รายใหม่ หากมีชื่อใน 219 คนก็จะไม่มีการพิจารณาทันที และหากคนใดที่ยื่นเรื่องแล้วก็จะไม่ได้รีับการพิจารณาเช่นกันหรืออยากได้ก็ขอให้มาถอนฟ้อง"
นายวิชิต กล่าวต่อว่า ประเด็นที่ชมรมพิทักษ์รักษ์สหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น ได้ยื่นเรื่องและขอนำเสนอต่อกรมส่งเสริมสหกรณ์ คือการนำทรัพย์สินของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำนวน 6 ไร่ ที่ตั้งอยู่ ถ.กลางเมืองตรงข้ามศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ซึ่งขณะนี้ถูกอายัด โดย ปปง. โดยหวังอำนาจของกรมส่งเสริมสหกรณ์ในฐานะที่กำกับควบคุมสหกรณ์ทั่วประเทศ ได้พิจารณานำที่ดินดังกล่าวขายทอดตลาด ซึ่งคาดว่จะมีมูลค่าประมาณ 480 ล้านบาท โดยนำเงินทีได้มาใช้หนี้สินต่างๆที่สหกรณ์มีให้เป้นสถานะปกติ และเสริมสภาพคล่องรวมทั้งปันผลให้กับสมาชิกอย่างถูกต้องและมีความชัดเจนเสียที เพราะสมาชิกอยู่กับสภาพเช่นนี้มาเกือบจะ 10 ปีแล้ว
ขณะที่ นายสุพิศ พรมนอก สมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น กล่าวว่า ข้าราชการครูบำนาญและครูที่เป็นสมาชิกสหกรณืที่เดินทางมาพบคณะผู้ตรวจฯวันนี้ ต่างต้องการให้รัฐบาลนั้นช่วยด้วย โดยเฉพาะ 219 คนที่ได้รับผลกระทบจากการยื่นฟ้องต่อศาลขอนแก่นเอาผิดสหกรณ์ จากประเด็นการบริหารงานผิดพลาดของสหกรณ์และมาบอกว่าชี้แจงผลกำไรผิดพลาดและขอให้ทุกคนนำเงินมาคืน ซึ่งทุกคนล้วนต้องใช้จ่ายและบริหารจัดการสถานะหุ้นที่ตนเองมี แต่พอใครยื่นฟ้องหรือร้องเรียนก้จะถูกหมายหัวไม่ได้รับการอนุมัติเงิน ทั้งในส่วนของผู้กู้รายใหม่ใครที่มีชื่อใน 219 คน ก็ไม่อนุมัติทันที หรือใครที่ยื่นเรื่องมาแล้วก็จะไม่มีการพิจารณาอนุมัติ แต่หากใครต้องการจะกู้ก็ขอให้มาพบฝ่ายกฎหมายเพื่อถอนฟ้องก็จะได้รับพิจารณาอนุมัติวงเงินเป็นรายๆไป ดังนั้นครูที่มาวันนี้ทุกคนล้วนมีความหวังว่าสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่นจะกลับมาเป็นปกติและบริหารจัดการองค์กรอย่างธรรมาภิบาลและโปร่งใสได้โดยเร็ว








