ชาวบุรีรัมย์ที่หลุดสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐปี 2569 แห่ยื่นอุทธรณ์ที่ ธ.ก.ส. หลังระบบคัดกรองแจ้งข้อมูลคลาดเคลื่อน ยายวัย 72 ปีโอดถูกตัดสิทธิ์เพราะระบุมีหนี้เกิน 1 แสนบาท ทั้งที่ไม่เคยกู้ พร้อมเรียกร้องรัฐทบทวนสิทธิ์ผู้สูงอายุและผู้พิการให้เป็นธรรม
วันที่ 20 ก.ค.69 ประชาชน เกษตรกร และผู้สูงอายุ จากหลายอำเภอที่จังหวัดบุรีรัมย์ ที่ไม่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ประจำปี 2569 แห่ยื่นคำร้องขออุทธรณ์สิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน ที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรสาขาบุรีรัมย์ เนืองแน่นตั้งแต่ช่วงเช้า โดยคนที่ยื่นอุทธรณ์ส่วนใหญ่เป็นรายเดิมที่คุณสมบัติไม่ผ่านเกณฑ์ เพราะระบบคัดกรองแจ้งว่ามีรถยนต์ หรือรถจักรยานยนต์เกินกว่าที่โครงการกำหนด
อีกทั้งบางราย ระบุว่า มีสินเชื่อเกิน 100,000 บาท ทั้งที่ไม่ตรงตามข้อเท็จจริง จึงเชื่อว่าระบบคัดกรองน่าจะผิดพลาด จึงได้มายื่นอุทธรณ์ทบทวนสิทธิ์ เพราะหลายคนหวังว่าเงินจำนวนดังกล่าวแม้จะไม่มาก แต่สามารถช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของคนที่มีฐานะยากจนได้ โดยเฉพาะในช่วงภาวะที่สินค้าราคาแพง หากได้รับสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ก็สามารถซื้อเครื่องอุปโภคบริโภค ข้าวสารไว้ประทังชีวิตในยามลำบากได้ ชี้การให้ไปยืนยันข้อมูลกับหน่วยงานต่างๆ เป็นการผลักภาระให้ชาวบ้าน
ด้านนางเกสร ผลเจริญ อายุ 72 ปี ซึ่งมีอาชีพขายลูกชิ้นทอด และเก็บของเก่าขายเลี้ยงชีพ บอกว่า ก่อนหน้านี้ได้รับสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐมาตลอด แต่พอให้ลงทะเบียนยืนยันตัวตนรอบใหม่ ระบบแจ้งว่าไม่ผ่านเกณฑ์ เนื่องจากผู้ลงทะเบียนมีวงเงินสินเชื่อรวมทุกประเภทเกิน 100,000 บาท ทั้งที่ยายยืนยันว่าไม่เคยเป็นหนี้ แต่เคยค้ำประกันเงินกู้ให้คนอื่น แต่ก็นานหลายปีแล้ว และมองว่าตัวเองไม่ได้เป็นหนี้ก็ไม่ควรจะถูกตัดสิทธิ์ และไม่มีบ้านของตัวเองต้องเช่าอยู่ ทุกวันนี้แม้อายุมากแล้วแค่ก็ยังต้องออกไปขายลูกชิ้น เก็บของเก่า เพื่อหาเลี้ยงตัวเอง เพราะลูกๆ เขาก็ดิ้นรนหากินเหมือนกัน ท้าให้มาตรวจสอบสภาพความเป็นจริงได้เลย หากเป็นไปได้อยากเรียกร้องภาครัฐไม่ควรจะตัดสิทธิ์ผู้สูงอายุ และผู้พิการ เพราะถือเป็นกลุ่มเปราะบางที่ใช้ชีวิตด้วยความลำบาก








