ภักดี วีระรัตน์ / รายงาน
เปิดยุทธการขุดรื้อสาย ตัดท่อน้ำเลี้ยงแก๊งคอลเซ็นเตอร์ "ตัดสายสื่อสารผิดกฎหมาย ตัดโอกาสของแก๊งคอลเซ็นเตอร์"
ปัญหาสายสื่อสารเถื่อน ชนวนเหตุอาชญากรรมข้ามชาติ ในยุคที่เทคโนโลยีหมุนไว อาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือ "แก๊งคอลเซ็นเตอร์" ได้ปรับตัวและใช้ช่องทางที่ซับซ้อนขึ้นอย่างต่อเนื่อง หนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่เปรียบเสมือน "ท่อน้ำเลี้ยง" ส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตและสัญญาณโทรศัพท์ข้ามแดน ไปยังฐานปฏิบัติการในประเทศเพื่อนบ้าน คือ การแอบลักลอบเดินสายสื่อสารผิดกฎหมาย... สายสื่อสารเถื่อนเหล่านี้ถูกลากผ่านชายแดน ทั้งทางบก ทางน้ำ หรือแอบซ่อนไปกับโครงสร้างพื้นฐานเดิม เพื่อลักลอบส่งสัญญาณ IP PBX หรือสัญญาณอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง กลับเข้ามาหลอกลวงคนไทยจึงนำมาสู่การเปิด "ยุทธการขุดรื้อสาย ตัดท่อน้ำเลี้ยงแก๊งคอลเซ็นเตอร์" การบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานความมั่นคง ตำรวจ กสทช. และผู้ให้บริการเครือข่าย เพื่อกวาดล้างโครงข่ายเถื่อนเหล่านี้ให้สิ้นซาก
ปฏิบัติการกวาดล้าง: "ขุด-รื้อ-ตัด" ถอนรากถอนโคน
ยุทธการนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การตัดสายที่เห็นด้วยตาเปล่า แต่คือการ X-Ray พื้นที่ยุทธศาสตร์ตลอดแนวชายแดน และจุดเสี่ยงทั่วประเทศขุดสืบเจาะหาจุดเชื่อมต่อลึกลับ เช่น การฝังสายใต้ดิน การซ่อนสายในท่อระบายน้ำ หรือการแอบเชื่อมต่อกับเสาไฟฟ้าโดยไม่ได้รับอนุญาต รื้อถอนถอดอุปกรณ์ขยายสัญญาณ (Repeater) สัญญาณผ่านดาวเทียม และตู้รวบรวมสัญญาณผิดกฎหมายที่ถูกติดตั้งไว้อย่างแนบเนียน
ตัดวงจรการส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตข้ามประเทศที่ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน และยกเลิกเบอร์โทรศัพท์หรือ IP Address ที่พบพฤติกรรมเข้าข่ายความเสี่ยง
"การตัดสายสื่อสารผิดกฎหมาย 1 เส้น ไม่ใช่แค่การทำลายสายไฟ แต่คือการดับโอกาสในการหลอกลวงคนไทยนับแสนราย"
ผลลัพธ์และแรงกระแทกถึงแก๊งคอลเซ็นเตอร์
เมื่อ "ท่อน้ำเลี้ยง" ถูกตัดขาด ผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์คือสัญญาณขาดหายไม่สามารถโทรเข้าหาผู้เสียหายในประเทศไทยด้วยเบอร์ที่ปลอมแปลงเป็นเบอร์ท้องถิ่นได้ต้นทุนสูงขึ้น: แก๊งมิจฉาชีพต้องเสียเวลาและงบประมาณในการหาวิธีเชื่อมต่อใหม่ ซึ่งถูกล้อมกรอบไว้หมดแล้วชะลอการขยายตัว ลดศักยภาพในการขยายฐานปฏิบัติการบริเวณชายแดนได้อย่างมีนัยสำคัญ การสร้างเกราะป้องกันที่ยั่งยืน
ยุทธการครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการยกระดับการปราบปราม ในระยะยาว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้วางมาตรการเข้มงวดเพิ่มเติมจัดระเบียบสายสื่อสาร (Single Last Mile): นำสายสื่อสารลงใต้ดินและจัดระเบียบสายบนเสาไฟฟ้าทั่วประเทศเพื่อใหัสืบค้นและตรวจสอบได้ง่ายการเฝ้าระวังด้วย AI และ Data: ตรวจจับปริมาณการใช้สัญญาณที่ผิดปกติบริเวณแนวชายแดนแบบ Real-time การบังคับใช้กฎหมายขั้นเด็ดขาด: ดำเนินคดีกับผู้ให้ความช่วยเหลือ หรือผู้ที่แอบลักลอบเดินสายสื่อสารให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและภัยต่อความมั่นคง
ล่าสุด พล.ต.ท.ฉัตรชัย สุรเชษฐพงษ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 พร้อมด้วยผู้แทนสำนักงาน กสทช. ตำรวจ ทหาร และหน่วยงานด้านความมั่นคง ลงพื้นที่จังหวัดสระแก้ว เปิดปฏิบัติการตรวจค้นและขุดรื้อโครงข่ายสื่อสารผิดกฎหมายตามแนวชายแดน หลังขยายผลจากการตรวจพบการลักลอบส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตข้ามแดนเชื่อมโยงไปยังเมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา(เมื่อวันที่ 20 ก.ค.69) จากการตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 3 จุด เจ้าหน้าที่พบการลักลอบวางสายอินเทอร์เน็ตพาดข้ามชายแดน จึงดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐาน พร้อมขุดรื้อและตัดโครงข่ายสื่อสารที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือสนับสนุนขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เพื่อยุติการนำไปใช้ก่อเหตุหลอกลวงประชาชน
ปฏิบัติการครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการรื้อถอนสายสื่อสาร แต่คือการทำลายโครงสร้างพื้นฐานที่ขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติใช้เป็นช่องทางก่อเหตุ เปรียบเสมือนการ "ตัดท่อน้ำเลี้ยง" ของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ลดศักยภาพในการหลอกลวงประชาชน และตัดวงจรอาชญากรรมทางเทคโนโลยีตั้งแต่ต้นทาง ตำรวจภูธรภาค 2 จะเดินหน้าบูรณาการความร่วมมือกับสำนักงาน กสทช. กองกำลังป้องกันชายแดน และทุกภาคส่วน ขยายผลถึงผู้บงการ ผู้สนับสนุน และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการลักลอบวางโครงข่ายสื่อสารผิดกฎหมาย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด พร้อมยกระดับการเฝ้าระวังพื้นที่ชายแดนอย่างต่อเนื่องทุกสายที่ถูกตัด คืออีกหนึ่งช่องทางของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ถูกปิดลง
บทสรุป
สงครามกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์อาจยังไม่จบลงในทันที แต่ "ยุทธการขุดรื้อสาย ตัดท่อน้ำเลี้ยง" ถือเป็นก้าวสำคัญที่ย้อนกลับไปทำลายโครงสร้างพื้นฐานของมิจฉาชีพจากต้นทาง ตัดสายสื่อสารผิดกฎหมาย เพื่อตัดโอกาส ไม่ให้พวกมันใช้พื้นที่และทรัพยากรไทย มาทำร้ายคนไทยได้อีกต่อไป








