โรงเรียนบ้านไทยสันติสุข ใกล้ปราสาทตาควาย ผอ.ระบุ กระแสข่าวชายแดนในโซเชี่ยลไม่มีผลกับคนในพื้นที่ เพราะเชื่อมั่นข้อมูลจากฝ่ายความมั่นคง มั่นใจแผนเผชิญเหตุที่ซักซ้อมรับมือ หากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินขึ้น ด้านประชาชนและนักเรียนยังคงเรียนและดำเนินชีวิตตามปกติ
วันที่ 20 ก.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานถึงบรรยากาศในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ด้าน จ.สุรินทร์ แม้สถานการณ์ในพื้นที่จะปกติ ท่ามกลางการเฝ้าระวังของหน่วยงานความมั่นคง ที่ต้องเฝ้าจับตาความเคลื่อนไหวของทหารกัมพูชาอย่างใกล้ แต่การดำเนินชีวิตของประชาชน ก็จำเป็นยังคงต้องดำเนินไป ท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่อาจคาดเดา
ไม่ต่างจากโรงเรียนต่างๆที่ยังคงเปิดทำการเรียนการสอนตามปกติ ด้วยความตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา หากมีเกตุการณ์ฉุกเฉินขึ้นต่างก็มีแผนรองรับ ในการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุต่างๆมาแล้วหลายครั้ง ทั้งในชุมชนและโรงเรียนที่ผ่านมา โดยเฉพาะบังเกอร์ หรือหลุมหลบภัย ที่ได้มีการสร้างตามชุมชนหมู่บ้านและโรงเรียนครบทุกแห่งแล้ว พร้อมที่จะรองรับการหลบภัยของประชาชนและนักเรียนหากมีสถานการร์เกิดขึ้น โดยเฉพาะโรงเรียนบ้านไทยสันติสุข ต.บักได อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ที่อยู่ใกล้ปราสาทตาควายมากที่สุด ก็เตรียมพร้อมเหมือนกับเช่นโรงเรียนแห่งอื่นๆในพื้นที่ชายแดน
น.ส.ชมศรัณย์ ขบวนฉลาด ผอ.โรงเรียนบ้านไทยสันติสุข ต.บักได อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ กล่าวว่า สถานการร์ช่วงนี้ยังปกติ ครั้งแรกแน่นอนว่ามีความตื่นเต้น แต่ในความโชคร้าย เราก็โชคดี ที่เราอยู่ในพื้นที่ที่มีหน่วยงานความมั่นคงอยู่ด้วย เราสามารถคอนแท็คกับหน่วยงานความมั่นคงได้ตลอดเวลา และเขาให้ข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงกับเราเสมอ เพราะฉะนั้นเราเชื่อมั่น ถึงแม้จะมีความอกสั่นขวัญแขวน มีความ ตกอกตกใจบ้าง แต่ถ้าเราได้รับความยืนยันหลังยกหูโทรประสานสอบถามข้อมูล เขาก็พร้อมให้คำตอบเราทันทีเพราะฉะนั้น พอเรากระจายข่าวบอกเด็กๆไม่ต้องกลัว ผู้ปกครองเชื่อมั่น เรามีวิธีมีแผนเผชิญเหตุแล้ว ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร เราพร้อมที่จะรับมือ เราพร้อมที่จะสร้างความปลอดภัย ทั้งภายในและภายนอกสถานศึกษา เปรียบเทียบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาแล้วทั้ง 2 ครั้ง ข้าราชการครู บุคลากรทางการศึกษารวมถึงนักเรียน ผู้ปกครอง ชุมชนของเรา ก็สามารถใช้ แผนเผชิญเหตุเอามาดูแลตัวเองได้ ในส่วนข่าวต่างๆในโซเชี่ยลมีเดียในปัจจุบัน พูดได้อย่างเต็มปากว่าไม่มีผลกับเรา เพราะว่าเราเชื่อในสายความมั่นคงที่อยู่ในพื้นที่ของเรา








