เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2569 เวลา 13.30 น. เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคกลาง 8 จังหวัด ร่วมกับคณะสงฆ์จังหวัดสิงห์บุรี สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสิงห์บุรี สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และภาคีเครือข่ายจากทุกภาคส่วน จัดงานแถลงข่าวรณรงค์ “งดเหล้าเข้าพรรษา 2569 : 90 วัน สิ่งดี ๆ จะเกิดขึ้น” ณ ห้องประชุมโสมชา โรงแรมไชยแสงพาเลช จังหวัดสิงห์บุรี โดยมี นายวราดิศร อ่อนนุช ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี เป็นประธานในพิธี พร้อมประกาศความร่วมมือขับเคลื่อนการรณรงค์ในพื้นที่ภาคกลาง เพื่อเชิญชวนประชาชนใช้ช่วงเวลาเข้าพรรษาเป็นจุดเริ่มต้นของการ ลด ละ เลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สร้างสุขภาพที่ดี ลดอุบัติเหตุจากการดื่มแล้วขับ และร่วมสร้างสังคมที่ปลอดภัยและปลอดเหล้าอย่างยั่งยืน
พระวัชรสิงหบุราจารย์ เจ้าคณะจังหวัดสิงห์บุรี กล่าวว่า การงดเหล้าเข้าพรรษาเป็นการปฏิบัติธรรมที่เริ่มต้นจากการรักษาศีล 5 โดยเฉพาะการงดเว้นสุราและของมึนเมา ซึ่งช่วยให้เกิดสติ ลดอบายมุข และสร้างบุญจากการดูแลตนเอง เมื่อจิตใจเป็นกุศล ครอบครัวก็อบอุ่น ชุมชนเข้มแข็ง และสังคมเกิดความสงบสุข พร้อมย้ำว่าคณะสงฆ์จังหวัดสิงห์บุรีได้ร่วมขับเคลื่อนการรณรงค์อย่างต่อเนื่อง โดยส่งเสริมให้วัดเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และสร้างแรงบันดาลใจในการลด ละ เลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผ่านการเผยแผ่หลักธรรม การรักษาศีล 5 และการบูรณาการความร่วมมือกับภาครัฐและภาคีเครือข่าย เพื่อให้การงดเหล้าเข้าพรรษาเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างสุขภาวะและสังคมปลอดเหล้าอย่างยั่งยืน
นายวราดิศร อ่อนนุช ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี กล่าวว่า จังหวัดสิงห์บุรีให้ความสำคัญกับการรณรงค์ครั้งนี้ในฐานะความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการส่งเสริมให้ประชาชนลด ละ เลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่อสุขภาพ ครอบครัว และสังคม โดยเฉพาะการลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุทางถนน ซึ่งการดื่มแล้วขับยังเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการบาดเจ็บและการสูญเสียชีวิต พร้อมเชิญชวนประชาชนใช้ช่วงเวลา 90 วันของการเข้าพรรษาเป็นจุดเริ่มต้นในการดูแลสุขภาพ ลดปัจจัยเสี่ยง และร่วมกันสร้างวัฒนธรรม “ไม่ดื่ม ไม่ขับ” เพื่อให้จังหวัดสิงห์บุรีเป็นเมืองแห่งสุขภาวะและความปลอดภัย
ด้าน นายแพทย์วิญญู จันทร์เนตร นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสิงห์บุรี กล่าวว่า สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสิงห์บุรีจะบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น วัด สถานศึกษา ภาคประชาสังคม และเครือข่ายงดเหล้า เพื่อสนับสนุนการลด ละ เลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ควบคู่กับการส่งเสริมให้ประชาชนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพตลอดช่วง 90 วันเข้าพรรษา พร้อมสนับสนุนองค์ความรู้ พัฒนาศักยภาพเครือข่าย ติดตามเฝ้าระวัง และบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลดปัจจัยเสี่ยง ลดอุบัติเหตุจากการดื่มแล้วขับ และยกระดับสุขภาวะของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
นายทนงชัย บูรณพิสุทธิ์ ผู้จัดการเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคกลาง กล่าวว่า การรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา ปี 2569 ของเครือข่ายภาคกลาง 8 จังหวัด ภายใต้แนวคิด “90 วัน สิ่งดี ๆ จะเกิดขึ้น” เป็นความร่วมมือของภาครัฐ ภาคประชาสังคม วัด ชุมชน และภาคีเครือข่าย ในการร่วมขับเคลื่อนการลด ละ เลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคกลางซึ่งเป็นศูนย์กลางการคมนาคมของประเทศและยังเผชิญความเสี่ยงจากอุบัติเหตุทางถนน การรณรงค์ครั้งนี้จึงมุ่งให้การงดเหล้าเข้าพรรษาเป็นทั้งการสร้างสุขภาวะและมาตรการลดปัจจัยเสี่ยงของอุบัติเหตุ ภายใต้แนวคิดที่สะท้อนว่า การงดเหล้าเพียง 90 วัน สามารถสร้างผลลัพธ์เชิงบวกทั้งด้านสุขภาพ การเงิน และความสัมพันธ์ในครอบครัว โดยเครือข่ายทั้ง 8 จังหวัดจะร่วมจัดกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพ พื้นที่ปลอดเหล้า และติดตามผู้เข้าร่วมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่ยั่งยืนในระดับครอบครัว ชุมชน และสังคม
ก่อนพิธีแถลงข่าว ได้มีการจัดเวทีเสวนาวิชาการ “งดเหล้าเข้าพรรษา โอกาสสานพลังชุมชนเข้มแข็ง : 90 วัน สิ่งดี ๆ จะเกิดขึ้น” เปิดพื้นที่ให้แกนนำชุมชน ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น บุคลากรสาธารณสุข นักวิชาการ และผู้แทนหน่วยงานจาก 8 จังหวัดภาคกลาง ร่วมแลกเปลี่ยนบทเรียนและประสบการณ์การขับเคลื่อนงานงดเหล้าในระดับพื้นที่ ทั้งการสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน การพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลดปัจจัยเสี่ยง และการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ วัด ชุมชน และภาคประชาชน เพื่อผลักดันให้การงดเหล้าเข้าพรรษากลายเป็นกลไกสำคัญในการสร้างชุมชนเข้มแข็งและสุขภาวะที่ยั่งยืน
ภายในงานยังมีการจัดแสดงนิทรรศการผลงานการดำเนินงานของเครือข่ายองค์กรงดเหล้าทั้ง 8 จังหวัดภาคกลาง นำเสนอรูปธรรมของการสร้างพื้นที่ปลอดเหล้า การพัฒนาชุมชนต้นแบบ และนวัตกรรมการรณรงค์ในพื้นที่ ควบคู่กับการแสดงของเยาวชนจังหวัดสิงห์บุรีที่ร่วมถ่ายทอดพลังของคนรุ่นใหม่ในการสร้างค่านิยม “ไม่ดื่ม ไม่ขับ” สะท้อนให้เห็นถึงพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนสังคมไทยสู่การเป็นสังคมสุขภาวะ ลดความสูญเสียจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และสร้าง “90 วัน สิ่งดี ๆ จะเกิดขึ้น” ให้เกิดขึ้นจริงในทุกครอบครัว ทุกชุมชน และทุกจังหวัดของภาคกลาง
ภูมิภาค-42








