ตร.ไซเบอร์ปูพรมบุก 10 จังหวัด รวบ 20 มิจฉาชีพคาบ้าน หลอกขายของออนไลน์เหยื่อพุ่งครึ่งล้าน ดับฝันแก๊งโกง 12 ล้าน!
วันที่ 17 ก.ค.69 ที่ บก.สอท.2 พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. มอบหมายให้ พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.สอท. พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงข่าว ตร.ไซเบอร์เปิดปฏิบัติการ “กวาดล้างขบวนการหลอกซื้อขายสินค้าและบริการทั่วประเทศ” ระดมจับแก๊งหลอกขายของผ่านโซเชียล เสียหายกว่า 12 ล้าน ตามเงินคืนผู้เสียหาย 29 ราย
พล.ต.ท.สุรพล กล่าวว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดระดมกวาดล้างอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับการหลอกซื้อขายสินค้าหรือบริการออนไลน์ ซึ่งปัจจุบันจากสถิติในระบบรับแจ้งความออนไลน์ หรือ thaipoliceonline.go.th พบว่าเป็นประเภทคดีอันดับ 1 ที่คนไทยโดนหลอกลวงสูงสุด โดยสถิติตั้งแต่ มี.ค.65 - มิ.ย.69 รวม 1,583 วัน พบว่ามีผู้เสียหายโดนหลอกลวงมากถึงจำนวน 599,651 คดี รวมความเสียหายกว่า 6,355 ล้านบาท
ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออำนาจศาลออกหมายค้นพื้นที่เป้าหมายและขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาของขบวนการดังกล่าว โดยเมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่ 16 ก.ค.69 ตำรวจไซเบอร์ได้เปิดปฏิบัติการ “กวาดล้างขบวนการหลอกซื้อขายสินค้าและบริการทั่วประเทศ” เชื่อมโยง 740 คดีทั่วประเทศ มูลค่าความเสียหายกว่า 12 ล้านบาท โดยนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดเข้าปิดล้อมตรวจค้นพร้อมกัน ทั่วประเทศ ทั้งในพื้นที่ กทม. นครปฐม สมุทรปราการ พระนครศรีอยุธยา สุโขทัย ศรีษะเกษ ขอนแก่น จันทบุรี เชียงราย และนครศรีธรรมราช โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาสำคัญได้ จำนวน 20 ราย ดังนี้
1) นายฐาปนิก อายุ 39 ปี ผู้ต้องหาคดีหลอกจองทัวร์เที่ยวประเทศญี่ปุ่น ผ่านบัญชีเฟซบุ๊กชื่อ Japon Japan โดยรับจองสายการบินและโรงแรมผ่านแฟลตฟอร์มชื่อดัง Trip.com, Traveloka และ Booking.com แล้วส่งหลักฐานให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ จากนั้นจึงทำเรื่องยกเลิกการจองเพื่อขอเงินคืนเข้าบัญชีธนาคารตัวเอง เชื่อมโยงผู้เสียหายกว่า 40 คดี มูลค่าความเสียหาย 2,900,000 บาท
2) น.ส.สุวรรณา อายุ 43 ปี ผู้ต้องหาหลอกรับหิ้วนาฬิกาแบรนด์ “AP x Swatch” ผ่านบัญชีเฟซบุ๊กชื่อ "Noodee Noodee" เสียหาย 202,600 บาท
3) นายธัญญฉัตร์ หรือ ปภาวรินทร์ อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาหลอกให้สั่งซื้อสินค้าศิลปินเกาหลี (K-POP) และของสะสมของศิลปินต่าง ๆ แบบพรีออเดอร์ผ่านช่องทางแพลตฟอร์ม X (Twitter) ชื่อบัญชี @storehito_ เชื่อมโยงผู้เสียหาย 84 คดี มูลค่าความเสียหาย 168,690 บาท
4) นางสาววีนัส อายุ 21 ปี ผู้ต้องหาหลอกขายบัตรคอนเสิร์ตวง BTS ผ่านแพลตฟอร์ม TikTok ชื่อบัญชี Tin_tickets และ Pin_Tickets เชื่อมโยงผู้เสียหาย 33 คดี มูลค่าความเสียหาย 262,009 บาท
5) น.ส.ชนกนันท์ อายุ 19 ปี ทำหน้าที่ แอดมินเพจ และ คนกดเงินสด และ 6) นายทินภัทร อายุ 18 ปี
ทำหน้าที่ คนกดเงินสด ผู้ต้องหาเครือข่ายหลอกขายบัตรคอนเสิร์ตผ่านบัญชีเฟซบุ๊กชื่อ “เรีย เรีย”, “Ma Ria”, “มาเรีย” และ “Pearl Pearl” ผู้เสียหาย 109 คดีทั่วประเทศ มูลค่าความเสียหาย 889,380 บาท
7) น.ส.สุชาดา อายุ 36 ปี ผู้ต้องหาหลอกขายสินค้าไม่ตรงปกผ่านแพลตฟอร์ม เฟซบุ๊ก และ TikTok เชื่อมโยงผู้เสียหาย 8 เคส มูลค่าความเสียหาย 24,680 บาท
8) น.ส.อัญชิสา ผู้ต้องหาบัญชีม้าเครือข่ายหลอกพรีออเดอร์รับหิ้วสินค้าศิลปินเกาหลี ผ่านแพลตฟอร์ม X ชื่อบัญชี @jusannshop เชื่อมโยงผู้เสียหาย 141 คดี มูลค่าความเสียหาย 298,813.2 บาท
9) นายจักรพงษ์ อายุ 19 ปี, 10) น.ส.มาลัย อายุ 29 ปี และ 11) น.ส.สิริกร อายุ 49 ปี ผู้ต้องหาบัญชีม้าเครือข่ายหลอกขายรถซาเล้งผ่านโซเชียลมีเดีย
12) นายศุภโชค อายุ 18 ปี, 13) นายกิตติศักดิ์ อายุ 19 ปี และ 14) นายธวัชชัย อายุ 19 ปี ผู้ต้องหาบัญชีม้าเครือข่ายหลอกให้เปิดหน้าร้านในระบบออนไลน์ และหลอกขายหนังสือเก่า
15) นายธวัชชัย ผู้ต้องหาบัญชีม้าเครือข่ายหลอกจองที่พักพูลวิลล่าพัทยาผ่านเพจเฟซบุ๊กและเว็บไซต์ปลอม เชื่อมโยงผู้เสียหาย 11 เคส มูลค่าความเสียหาย 183,020 บาท
และยังจับกุมผู้ต้องหาบัญชีม้าที่เชื่อมโยงกับขบวนการหลอกซื้อขายสินค้าหรือบริการออนไลน์ในอีกหลายคดี ได้แก่ 16) นายคชาทร อายุ 28 ปี, 17) น.ส.ปุณณดา อายุ 23 ปี, 18) น.ส.พัชรี อายุ 33 ปี, 19) นายอรุณ อายุ 36 ปี และ 20) นางจันทร์ อายุ 67 ปี นอกจากนี้ ยังสามารถอายัดตัวผู้ต้องหาจากเรือนจำได้อีก จำนวน 1 ราย เพื่อดำเนินคดีเพิ่มเติมอีกด้วย
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมด้วยของกลางที่ตรวจยึดได้ อาทิ โทรศัพท์มือถือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ สมุดบัญชีธนาคาร ส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างสืบสวนขยายผลถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเพิ่มเติม รวมทั้งตรวจสอบเส้นทางการเงิน เพื่อติดตามตรวจยึดและอายัดทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำผิดมาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป วันนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ร่วมกันนำเงินที่สามารถอายัดได้จากกลุ่มผู้ต้องหาดังกล่าวคืนให้แก่ผู้เสียหาย จำนวน 29 ราย รวมกว่า 7 หมื่นบาท
พล.ต.ต.ทินกร รังมายต์ กล่าวเตือนไปยังพี่น้องประชาชน ก่อนโอนเงินซื้อของออนไลน์ทุกครั้งต้องเช็ก 8 สัญญาณที่บ่งบอกว่าเป็นมิจาชีพ ได้แก่
1. ราคาถูกผิดปกติ
2. เร่งให้ตัดสินใจ
3. ให้โอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัว
4. เพจหรือบัญชีโซเชียลเพิ่งถูกสร้าง
5. รีวิวไม่น่าเชื่อถือ
6. ไม่ยอมให้เก็บเงินปลายทาง
7. ติดต่อยาก และ
8. ส่งลิงก์แปลกปลอม
หากมีข้อใดข้อหนึ่งจากลิสต์นี้ ขอให้พึงระวังไว้ก่อนว่า ร้านค้าที่เรากำลังติดต่ออยู่ด้วยอาจเป็นมิจฉาชีพ
พล.ต.ท.สุรพล กล่าวว่าตามนโยบายของรัฐบาล ได้กำหนดนโยบายในการเร่งแก้ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์เพื่อปกป้องผลประโยชน์ ของประชาชน โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รอง จตช. ในฐานะ รอง ผอ.ศปอส.ตร. ได้สั่งการให้ พล.ต.ท.สุรพลเปรมบุตร ผบช.สอท. นำเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดสืบสวนจับกุมผู้ต้องหาที่กระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์และดำเนินคดีให้ถึงที่สุด จนนำมาสู่ปฏิบัติการดังกล่าว








