เปิดปฏิบัติการใหญ่ตรวจสอบเครือข่ายธุรกิจอำพราง “นอมินี” ใน จ.ชลบุรี ปิดล้อมค้น 41 จุด ตรวจ 33 บริษัทต้องสงสัยถือหุ้นแทนต่างชาติ เชื่อมโยงที่ดิน 32 แปลง มูลค่ากว่า 235 ล้านบาท พร้อมสอบโครงการอสังหาริมทรัพย์ในพัทยา หากพบผิดดำเนินคดีตามกฎหมาย
เมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 17 ก.ค.69 ที่สถานีตำรวจภูธรห้วยใหญ่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วย เป็นประธานร่วมในพิธีปล่อยแถวเปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นเครือข่ายธุรกิจอำพรางของคนต่างด้าว หรือ “นอมินี” ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี
ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นการบูรณาการกำลังจากชุดปฏิบัติการพิเศษสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตำรวจภูธร ฝ่ายปกครอง สำนักงานพาณิชย์จังหวัด และสำนักงานที่ดินจังหวัด เพื่อเข้าตรวจสอบบริษัทและโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่มีพฤติการณ์ต้องสงสัยว่าใช้บุคคลสัญชาติไทยถือหุ้นแทนชาวต่างชาติ อันอาจเป็นการหลีกเลี่ยงข้อจำกัดตามกฎหมายเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจและการถือครองที่ดิน
พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ปฏิบัติการในจังหวัดชลบุรีถือเป็นระยะที่ 4 ต่อเนื่องจากการดำเนินการในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี (เกาะพะงัน) ภูเก็ต กระบี่ และพังงา โดยผลการดำเนินงานใน 3 ระยะแรก สามารถตรวจสอบที่ดินที่เกี่ยวข้องกับนิติบุคคลนอมินีได้ประมาณ 130 ไร่ มูลค่ากว่า 1,671 ล้านบาท และดำเนินการตามหมายจับผู้ต้องหาทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติรวมกว่า 100 หมาย
สำหรับการปฏิบัติการในจังหวัดชลบุรี เจ้าหน้าที่ตั้งเป้าตรวจสอบบริษัทจำนวน 33 แห่ง ซึ่งเชื่อมโยงกับการถือครองที่ดินลักษณะนอมินี 32 แปลง มูลค่ารวมประมาณ 235 ล้านบาท พร้อมดำเนินการตามหมายจับ 4 หมาย และหมายค้น 41 หมาย โดยหนึ่งในพื้นที่เป้าหมายเป็นโครงการหมู่บ้านในเขตเมืองพัทยา ซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบพฤติการณ์ต้องสงสัยเกี่ยวกับการถือครองที่ดินแทนบุคคลต่างด้าว
นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า การตรวจสอบบริษัทนอมินีและการถือครองที่ดินของคนต่างด้าวเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล จำเป็นต้องอาศัยการบูรณาการความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน ทั้งการสืบสวนเชิงลึก การตรวจสอบโครงสร้างผู้ถือหุ้น และเส้นทางการเงิน เพื่อปิดช่องว่างที่อาจถูกใช้ในการหลีกเลี่ยงกฎหมายไทย
ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีเน้นย้ำว่า การปฏิบัติการครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ของประเทศ และกำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกนายปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต รอบคอบ และยึดหลักกฎหมายอย่างเคร่งครัด
ภายหลังพิธีปล่อยแถว เจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายพร้อมกัน เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบโครงสร้างผู้ถือหุ้น เส้นทางการเงิน และสิทธิการถือครองที่ดิน หากพบการกระทำผิดจะดำเนินคดีตามกฎหมาย รวมถึงดำเนินการเพิกถอนหรือจำหน่ายที่ดินตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดต่อไป








