นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่อำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ เพื่อติดตามการดำเนินงานของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง พร้อมประกาศเดินหน้ามาตรการสำคัญ 2 โครงการ ได้แก่ “ไทยช่วยไทย ดอกเบี้ยคนละครึ่ง” และ “โครงการเพิ่มทุน ระยะที่ 3 (เงินล้านที่ 2)” เพื่อแบ่งเบาภาระหนี้สินและเพิ่มสภาพคล่องให้ประชาชน มุ่งลดการพึ่งพาหนี้นอกระบบและเสริมความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานราก
ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ มี นายอนันต์ นาคนิยม ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ พร้อมด้วย นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 3 นส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.เขต 4 จังหวัดชัยภูมิ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับและรับฟังแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล
โดยนางสุขสมรวย กล่าวว่า มาตรการแรกคือ โครงการ “ไทยช่วยไทย ดอกเบี้ยคนละครึ่ง” ซึ่งรัฐบาลสนับสนุนการแบ่งเบาภาระดอกเบี้ยเงินกู้ของสมาชิกกองทุนหมู่บ้าน โดยปัจจุบันสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) ได้อนุมัติงบประมาณช่วยเหลือแล้ว 570 กองทุน ใน 16 จังหวัด ครอบคลุมสมาชิกกว่า 45,000 ราย วงเงินช่วยเหลือรวมกว่า 32 ล้านบาท ส่งผลให้สมาชิกสามารถลดภาระดอกเบี้ยลงกว่าครึ่ง และมีเงินเหลือสำหรับใช้จ่ายในครัวเรือนหรือต่อยอดประกอบอาชีพ พร้อมกันนี้ ได้เชิญชวนคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านที่มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ เร่งยื่นคำขอเข้าร่วมโครงการกับ สทบ. เพื่อให้สมาชิกได้รับสิทธิประโยชน์อย่างทั่วถึง
สำหรับมาตรการที่สอง คือ โครงการเพิ่มทุน ระยะที่ 3 (เงินล้านที่ 2) ซึ่งรัฐบาลเร่งเบิกจ่ายงบประมาณตกค้างตั้งแต่ปี 2555 วงเงิน 3,400 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าฟื้นฟูกองทุนหมู่บ้านที่มีสถานะสีแดงหรือยังไม่ได้รับการสนับสนุน เพื่อเตรียมจัดสรรเงินทุนหมุนเวียนเพิ่มเติม กองทุนละ 1 ล้านบาท ให้แล้วเสร็จภายในปี 2569
รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังระบุว่า การเพิ่มทุนครั้งนี้จะช่วยให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบได้สะดวกและปลอดภัย ลดการพึ่งพาเงินกู้นอกระบบ และสร้างโอกาสในการประกอบอาชีพ เพิ่มรายได้ให้ครัวเรือน
“รัฐบาลมีความมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะสมาชิกกองทุนหมู่บ้านทั่วประเทศ มาตรการทั้งสองจะช่วยเติมเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจฐานราก ลดภาระหนี้นอกระบบ สร้างอาชีพ สร้างรายได้ และเสริมความเข้มแข็งให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน” นางสุขสมรวย กล่าว
ข่าวภูมิภาค








