ตำรวจ สภ.โพธาราม จ.ราชบุรี ใช้ภาพจากกล้องวงจรปิดแกะรอยจับกุมคนร้ายก่อเหตุงัดตู้กดน้ำหยอดเหรียญได้ภายในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง หลังรับแจ้งเหตุ ผู้ต้องหารับสารภาพ อ้างต้องการหาเงินพาลูกไปพบแพทย์ แต่กลับนำเงินที่ได้ไปซื้อสุราดื่ม
วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ร.ต.ต.นพพร สิงคร รอง สว.(สอบสวน) สภ.โพธาราม รับแจ้งเหตุคนร้ายงัดตู้กดน้ำหยอดเหรียญ บริเวณข้างร้านรับซื้อของเก่า หมู่ 3 ตำบลบ้านฆ้อง อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี จึงรายงานให้ พ.ต.อ.ภุชงค์ ณรงค์อินทร์ ผู้กำกับการ สภ.โพธาราม ทราบ จากนั้น พ.ต.ท.ศิริสุข คำสุข รองผู้กำกับการสืบสวน สภ.โพธาราม สั่งการให้ พ.ต.ท.พันธ์ฤกษ์ สร้อยทองมูล สารวัตรสืบสวน พร้อมชุดสืบสวน ลงพื้นที่ตรวจสอบทันที
ที่เกิดเหตุพบตู้กดน้ำหยอดเหรียญของนางวันดี (สงวนนามสกุล) อายุ 80 ปี ถูกคนร้ายตัดกุญแจ และขโมยกล่องบรรจุเงินเหรียญภายในตู้ไป เบื้องต้นคาดว่ามีเงินสดอยู่ประมาณ 2,000-3,000 บาท จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่าเมื่อเวลาประมาณ 01.45 น. วันเดียวกัน คนร้ายสวมหมวกกันน็อกและถุงมือ ขี่รถจักรยานยนต์มาจอดบริเวณหน้าตู้กดน้ำ ก่อนใช้กรรไกรตัดเหล็กตัดกุญแจ แล้วนำกล่องใส่เงินหลบหนีไปทางเขตเทศบาลตำบลโพธาราม
ต่อมาเวลาประมาณ 02.30 น. คนร้ายได้ย้อนกลับมานำกล่องใส่เหรียญกลับมาใส่ไว้ในตู้กดน้ำ ก่อนหลบหนีไปอีกครั้ง
ชุดสืบสวนจึงเร่งตรวจสอบเส้นทางหลบหนีจากกล้องวงจรปิด จนทราบตัวผู้ก่อเหตุคือ นายเอกชัย (สงวนนามสกุล) อายุ 44 ปี ชาวตำบลหนองกลางดง อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี
เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและควบคุมตัว นายเอกชัย ซึ่งให้การรับสารภาพ พร้อมนำเจ้าหน้าที่ตรวจยึดของกลาง ได้แก่ เสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันก่อเหตุ ถุงมือ กรรไกรตัดเหล็ก และรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า ทะเบียน ขคล 386 ราชบุรี ที่ใช้เป็นพาหนะ
จากนั้นเจ้าหน้าที่นำตัวผู้ต้องหาไปชี้จุดเกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพ ก่อนควบคุมตัวกลับมาสอบสวนที่ สภ.โพธาราม โดยใช้เวลาติดตามจับกุมประมาณ 1 ชั่วโมงหลังได้รับแจ้งเหตุ
นายเอกชัย ให้การว่า เงินที่ได้จากตู้กดน้ำมีจำนวนเพียงกว่า 400 บาท ไม่ใช่ 2,000-3,000 บาทตามที่คาดไว้ โดยอ้างว่าต้องการนำเงินไปใช้พาลูกไปหาหมอ เนื่องจากลูกป่วย แต่สุดท้ายกลับนำเงินไปซื้อสุราดื่ม นอกจากนี้ยังรับว่า ก่อนก่อเหตุได้เสพยาเสพติด และขณะขี่รถผ่านพบตู้กดน้ำ จึงตัดสินใจลงมือทันที พร้อมยืนยันว่าเป็นการก่อเหตุครั้งแรก
ด้านนางวันดี เจ้าของตู้กดน้ำ เปิดเผยว่า ไม่ได้เก็บเงินออกจากตู้มานานประมาณ 2 เดือน จึงคาดว่าอาจมีเงินสะสมอยู่ประมาณ 2,000-3,000 บาท โดยคืนเกิดเหตุได้ยินเสียงรถจักรยานยนต์และสุนัขเห่า แต่ไม่พบความผิดปกติจากภาพกล้องวงจรปิด กระทั่งช่วงเช้าพบว่าตู้ถูกงัด และขอชื่นชมการทำงานของตำรวจ สภ.โพธาราม ที่สามารถติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุได้อย่างรวดเร็ว








