สาวชาวมอญวัย 26 ปี หนีเอาชีวิตรอดจากชายเมียนมาหลังถูกหลอกมาทำงาน ก่อนถูกกักตัวและบังคับเป็นเมียน้อยนานหลายวัน อาศัยจังหวะฝ่ายชายเมาหลับ ขี่รถจักรยานยนต์ข้ามอำเภอเข้าค่ายกรมการสัตว์ทหารบก นครปฐม ขอความช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่เร่งประสานตำรวจดำเนินคดี
เมื่อวันที่ 12 ก.ค.69 เวลา 20.30 น. ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารประจำหน่วยกองรักษาการ ค่ายทองฑีฆายุ กรมการสัตว์ทหารบก อ.เมือง จ.นครปฐม และเจ้าหน้าที่ทหาร สังกัด กอ.รมน.จังหวัดนครปฐม ได้ปฏิบัติหน้าที่เวรยาม ได้มีหญิงอายุไม่ประมาณ 20 ปีเศษ ขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า สีขาว ทะเบียน สุพรรณบุรี ตรงเข้ามาหาและแสดงท่าทีตื่นตระหนัก จากนั้นได้ยื่นมือ 2 ข้างแสดงท่าทางให้ช่วยจับกุมและใส่กุญแจมือ แต่ไม่สามารถพูดสื่อสารภาษาไทยได้ ทางเจ้าหน้าที่ทหาร จึงได้รับตัวและให้อยู่ในความดูแลเพื่อสงบอารมณ์และทำให้ผ่อนคลายก่อนจะประสาน คนงานที่สามารถแปลภาษาได้ เพื่อทำการสื่อสารสิ่งที่ต้องการความช่วยเหลือ จากนั้นได้รายงานไปยัง พลตรีสมพงษ์ สุขประดิษฐ์ เจ้ากรมการสัตว์ทหารบก ให้ทราบโดยได้กำชับในการดูแลให้ความปลอดภัยกับหญิงชาวมอญ และให้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาช่วยดำเนินการตามกระบวนการ
โดยเมื่อล่าม มาถึงจึงได้สอบถามทราบชื่อหญิงคนดังกล่าวว่าเป็นชาวมอญ ชื่อนางสาวเอตูซา อายุ 26 ปี โดยที่ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ตื่นเข้ามาหาเจ้าหน้าที่ทหาร เนื่องจากตนเองได้ถูกชายชาวเมียนมา ที่พบกันในโซเชียลเฟซบุ๊กว่าบอกว่าจะให้มาทำงานด้วย จากนั้นได้ให้นายหน้าไปรับตัวที่ด่านเจดีย์สามองค์ จังหวัดกาญจนบุรีให้มาพบกัน แต่พอมาถึงได้ 7 วัน ชายคนดังกล่าวก็ทำการข่มขืนได้กักตัวและบอกว่าให้มาเป็นเมีย แต่ตนเองไม่ยอม และกักตัวไม่ให้ไปไหน โดยวันนี้ชายคนดังกล่าวซึ่งทราบว่าเป็นช่างเหล็กในโรงงานแห่งหนึ่งพื้นที่อำเภอกำแพงแสน ห่างจากตัวเมืองนครปฐมประมาณ 40 ถึง 50 กิโลเมตร ได้นั่งดื่มเหล้าเนื่องจากเป็นวันหยุดและได้เผลอหลับ จากนั้นจึงอาศัยช่วงดังกล่าวหยิบโทรศัพท์มือถือ และขับขี่รถจักรยานยนต์โดยได้เติมเติมน้ำมันมา 30 บาท โดยไม่ทราบเส้นทางกระทั่งมาเจอพื้นที่ลักษณะเป็นค่ายทหารจึงได้ขับขี่เข้ามาขอความช่วยเหลือแต่พูดไม่ได้จึงทำได้เพียงการแสดงท่าทางให้จับกุมตัวเพราะเชื่อว่าจะอยู่ในความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ไทย
จากนั้นเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ. เมืองนครปฐมเดินทางมามารับตัวพบว่ารถจักรยานยนต์คันดังกล่าวได้ถูกเจ้าของซึ่งเป็นคนพม่าแจ้งความรถหายไว้ในพื้นที่ สภ. กำแพงแสน เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมาจึงพบว่าเป็นรายเดียวกันที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังติดตามรถอยู่ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงได้ให้ความเชื่อมั่นและส่งตัวนางสาวเอตูซา ให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไปดำเนินการเพื่อส่งตัวในคดีเกี่ยวกับรถหายก่อนและจะดำเนินการข้อมูลที่ผู้เสียหายหญิงรายนี้ได้แจ้งกับทางเจ้าหน้าที่ไว้








