ตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ขยายผลคดียาเสพติดรายใหญ่ จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 2 ราย ในคดีลักลอบลำเลียง ยาบ้าล็อตใหญ่ 7 กระสอบ หลังเกิดอุบัติเหตุรถเก๋งเฉี่ยวชนบนถนนเพชรเกษมเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา นับเป็นความคืบหน้าสำคัญในการทลายเครือข่ายยาเสพติดที่ลักลอบนำยาเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ
ปฏิบัติการครั้งนี้อยู่ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7, พล.ต.ต.ปิติ นฤขัตรพิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7, นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และ พล.ต.ต.อาทร ชิ้นทอง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยมอบหมายให้ พ.ต.อ.ศิริชัย ไชยดี รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์, พ.ต.อ.ไพทูล พรมเขียน ผู้กำกับการ สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์, พ.ต.อ.ดร.ธีระวุฒิ เทพเลื่อน ผู้กำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช และ พ.ต.อ.ณัฐวิทย์ โอทอง ผู้กำกับการ สภ.ช้างกลาง สนธิกำลังชุดสืบสวนติดตามจับกุมผู้ต้องหา
คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2569 เวลา 01.05 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ เข้าตรวจสอบอุบัติเหตุรถยนต์ โตโยต้า ยาริส สีแดง เฉี่ยวชนบนถนนเพชรเกษมฝั่งขาล่องใต้ บริเวณหมู่ 4 ตำบลอ่าวน้อย อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ ก่อนพบ ยาบ้าจำนวน 7 กระสอบ ซุกซ่อนอยู่ภายในรถ จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลางและเร่งสืบสวนขยายผลหาเจ้าของเครือข่าย
จากการรวบรวมพยานหลักฐาน พนักงานสอบสวนได้ขออนุมัติศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ออกหมายจับผู้ต้องหา 2 ราย เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะสามารถติดตามจับกุมได้ทั้งสองรายในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 เบื้องต้นแจ้งข้อหา ร่วมกันมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) เพื่อการค้า อันก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน กระทบต่อความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชน รวมถึงข้อหาสมคบกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ส่วนผู้ต้องหาอีก 1 ราย ถูกแจ้งข้อหาเพิ่มเติมฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย และหลบหนีไม่ให้ความช่วยเหลือภายหลังเกิดเหตุ ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งขยายผลติดตามผู้ร่วมขบวนการที่เหลือต่อไป








