สำนักงาน ป.ป.ช. จังหวัดสกลนคร ลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการฟื้นฟูทางหลวงหมายเลข 227 หลังเกิดกระแสวิจารณ์ท่อระบายน้ำคร่อมเสาไฟฟ้า ขณะที่แขวงทางหลวงสกลนครที่ 2 ชี้แจงว่าไม่สามารถย้ายเสาไฟฟ้าแรงสูงได้ และหากเบี่ยงแนวรางระบายน้ำจะกระทบผิวจราจรหรือท่อเมนประปา จึงออกแบบให้คร่อมเสาไฟฟ้าตามข้อจำกัดของพื้นที่ พร้อมรับข้อเสนอปรับปรุงประสิทธิภาพการระบายน้ำ
วันที่ 8 กรกฎาคม 2569 เวลา 13.00 น. สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ประจำจังหวัดสกลนคร ลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการฟื้นฟูทางหลวงหมายเลข 227 ตอนวาริชภูมิ–พังโคน หลังมีการเผยแพร่ภาพการก่อสร้างท่อระบายน้ำที่คร่อมเสาไฟฟ้า ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง
โครงการดังกล่าวเป็นงานจ้างเหมาฟื้นฟูทางหลวงหมายเลข 227 ช่วงกิโลเมตรที่ 160+000 ถึงกิโลเมตรที่ 160+900 วงเงินก่อสร้าง 49,328,800 บาท เริ่มสัญญาเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2568 และเดิมสิ้นสุดสัญญาในวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ก่อนขยายระยะเวลาดำเนินงานออกไปอีก 14 วัน เป็นวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 โดยแขวงทางหลวงสกลนครที่ 2 (สว่างแดนดิน) เป็นหน่วยงานเจ้าของโครงการ และห้างหุ้นส่วนจำกัด วาริชก่อสร้าง เป็นผู้รับจ้าง
นายมนตรี อินธุโสภณ รองผู้อำนวยการแขวงทางหลวงสกลนครที่ 2 (สว่างแดนดิน) ในฐานะผู้ควบคุมงาน ชี้แจงว่า จุดดังกล่าวมีข้อจำกัดด้านสาธารณูปโภค เนื่องจากเป็นที่ตั้งของเสาไฟฟ้าแรงสูง ซึ่งไม่สามารถย้ายตำแหน่งได้ หากก่อสร้างรางระบายน้ำอ้อมไปด้านผิวจราจรจะกระทบพื้นที่ถนน ขณะที่การอ้อมไปอีกด้านจะกระทบท่อเมนประปาของการประปาส่วนภูมิภาค จึงออกแบบให้รางระบายน้ำผ่านบริเวณกึ่งกลางเสาไฟฟ้าตามข้อจำกัดของพื้นที่
ด้านนายสัญญา แก่นจำปา เจ้าพนักงานป้องกันการทุจริตชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มงานป้องกันการทุจริต สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดสกลนคร ให้ข้อสังเกตว่า แม้การก่อสร้างจะเป็นไปตามแบบที่กำหนด แต่ควรคำนึงถึงประสิทธิภาพการระบายน้ำและผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ โดยเสนอให้พิจารณาขยายรางระบายน้ำบริเวณเสาไฟฟ้าทั้งสองด้าน เพื่อเพิ่มการไหลของน้ำโดยไม่กระทบวงเงินโครงการ และให้ดำเนินการตามหลักวิศวกรรมอย่างเคร่งครัด
ทั้งนี้ ได้มีการเชิญคณะโฆษกและสื่อมวลชนเข้าร่วมรับฟังคำชี้แจงเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.30 น. ณ ห้องประชุมชั้น 2 สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสกลนคร ก่อนลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณจุดก่อสร้างในเขตเทศบาลนครสกลนคร เพื่อให้ข้อมูลข้อเท็จจริงแก่สาธารณชนต่อไป








