ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น จับ 3 ผู้ต้องหาแก๊งตระเวนงัดตู้หยอดเหรียญขโมยเงิน พบก่อเหตุแล้วหลายครั้ง ได้เงินตั้งแต่หลักสิบถึงหลักพันบาทต่อครั้ง ก่อนนำเงินไปซื้อยาบ้าและเที่ยวเตร่ ตรวจพบสารเมทแอมเฟตามีนในปัสสาวะ เตรียมดำเนินคดีตามกฎหมาย
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 8 ก.ค.69 ที่ สภ.เมืองขอนแก่น พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น พร้อมด้วย พ.ต.ท.ขจรศักดิ์ ดาระภา รอง ผกก.(สืบสวน) สภ.เมืองขอนแก่น พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ร่วมกันจับกุม นายณัฐพงศ์ หรือโปรแกรม อายุ 28 ปี ชาว จ.สกลนคร, นายศุภสิทธิ์ หรือกอล์ฟ อายุ 32 ปี ชาว จ.ขอนแก่น และนายณัฐภูมิ หรือโหน่ง อายุ 17 ปี ชาว จ.ขอนแก่น ตามความผิดข้อหา มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) ไว้ในครอบครอง เพื่อเสพโดยผิดกฎหมาย และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมายและลักทรัพย์
พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น กล่าวว่า มีผู้เสียหายหลายรายเข้าแจ้งความร้องทุกกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่นว่า ถูกคนร้าย งัดตู้หยอดเหรียญของตู้น้ำหยอดเหรียญ เพื่อเอาเงินไป พนักงานสอบสวนจึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่ตรวจสอบ หาพยานหลักฐานและเบาะแสของคนร้าย จนได้ภาพจากวงจรปิด ใกล้จุดเกิดเหตุ จึงหาเบาะแสของคนร้ายที่ร่วมกันลงมือก่อเหตุ จนทราบเบาะแสชื่อเล่นว่า นายโหน่ง นายกอล์ฟ และนายโปรแกรม ซึ่งทั้ง 3 คนเป็นเพื่อสนิทกัน
"เจ้าหน้าที่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด จนพบรถจักรยานยนต์คันที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ ยี่ห้อฮอนด้า ทะเบียนขอนแก่น และรถจักรยานยนต์คันดังกล่าว หลังก่อเหตุ ได้ขับขี่มาที ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.ขอนแก่น จึงลงพื้นที่ หารถจักรยานยนต์คันดังกล่าว จนพบจอดอยู่หน้าห้องเช่า ไม่มีเลขที่ ม.9 ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.ขอนแก่น และทราบว่ารถจักรยานยนต์คันดังกล่าว เป็นของนายณัฐพงศ์ หรือโหน่ง จึงควบคุมตัวนายโหน่ง ไว้ พร้อมรถจักรยานยนต์คันที่ใช้เป็นยาพาหนะในการก่อเหตุจากการสอบสวนนายโหน่ง ให้การรับสารภาพว่า รับจ้างทั่วไป มีรายได้ไม่แน่นอน ส่วนการก่อเหตุ งัดตู้ยอดเหรียญน้ำดื่มเอาเงินนั้น ยอมรับว่าก่อเหตุจริง ที่จำได้ 8 ครั้ง ได้เงินจากตู้หยอดเหรียญครั้งละ 30 บาท ถึง 1,000 บาท บางครั้งก็ลงมือทำคนเดียว บางครั้งก็มีนายศุภสิทธิ์ หรือกอล์ฟ และนายณัฐพงศ์ หรือโปรแกรม ร่วมก่อเหตุด้วย"
พ.ต.อ.ยศวัจน์ กล่าวต่อว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมนายกอล์ฟ และนายโหน่ง ได้ที่บ้านพัก จึงนำตัวมาสอบสวน ซึ่งทั้ง 3 คน ให้การตรงกันว่า ไม่มีงานทำเป็นหลักแหล่ง และเสพยาบ้า ชอบเที่ยว จึงได้ร่วมกันก่อเหตุงุดตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญ นำเงินมาซื้อยาบ้าเสพ และเที่ยวเตร่ในเมืองขอนแก่น อย่างไรก็ตามภายหลังการสอบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวไปตรวจร่างกายหาสารเสพติด พบว่ามีสารเมทแอมเฟตามีนในปัสสาวะจึงแจ้งข้อ เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย และในกรณีก่อเหตุลักทรัพย์เงินสดในตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญนั้น หลังพนักงานสอบสวน ทำการสอบสวนผู้เสียหายแล้ว จะแจ้งข้อหา ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน และจะถูกนำตัวไปดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป








