จับตา สืบพยานคดี ม.116 ของ “5 นักกิจกรรม-นศ. ปัตตานี” กรณีเสวนาสิทธิในการกำหนดอนาคตตัวเอง-ทำประชามติจำลอง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างวันที่ 7-10, 14-17 ก.ค. 2569 นี้ ศาลจังหวัดปัตตานีนัดสืบพยานในคดีของนักกิจกรรมและนักศึกษาจำนวน 5 คน กรณีถูกกล่าวหาจากกิจกรรมทำประชามติจำลอง ระหว่างงานเสวนาเรื่อง “สิทธิในการกำหนดอนาคตตนเองกับสันติภาพปาตานี” ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. 2566
.
ผู้ถูกฟ้องคดีนี้ ได้แก่ อิรฟาน อูมาน, สารีฟ สะแลมัน, ฮุซเซ็น บือแน, อาเต็ฟ โซ๊ะโก และฮากิม พงตีกอ ในข้อกล่าวหา “ยุยงปลุกปั่นฯ” ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116, ร่วมกันเป็นซ่องโจร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 210 และเฉพาะอิรฟาน ยังถูกฟ้องในข้อหาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3) ด้วย
.
สำหรับเหตุที่มาในคดีนี้ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 มิ.ย. 2566 กลุ่มขบวนนักศึกษาแห่งชาติ Pelajar Bangsa ได้จัดงานเปิดตัวกลุ่ม ที่คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี โดยภายในงานมีการปาฐกถาและเสวนาในหัวข้อเรื่อง “สิทธิในการกำหนดอนาคตตนเอง (Right to Self Determination) กับสันติภาพปาตานี” ในขณะเดียวกัน ระหว่างเสวนายังมีกิจกรรมประชามติจำลอง ทดลองออกเสียงประชามติแสดงความคิดว่า “คุณเห็นด้วยกับ ‘สิทธิในการกำหนดชะตากรรมตนเอง’ หรือไม่ ที่จะให้ประชาชนปาตานีสามารถออกเสียงประชามติแยกตัวเป็นเอกราชได้อย่างถูกกฎหมาย?”
.
ต่อมา พล.ท.ศานติ ศกุนตนาค แม่ทัพภาค 4 ในฐานะ ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ในขณะนั้น ได้มอบอำนาจให้ ร.อ.พนมกรณ์ พันพรมมา เข้าแจ้งความดำเนินคดีต่อพนักงานสอบสวนที่ สภ.เมืองปัตตานี
.
นักกิจกรรมทั้ง 5 คน ได้เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาเมื่อวันที่ 8 ธ.ค. 2566 และพนักงานอัยการภาค 9 ได้มีคำสั่งฟ้องคดีต่อศาลจังหวัดปัตตานีเมื่อวันที่ 20 พ.ย. 2568 โดยฟ้องเป็น 2 กระทง ได้แก่ กระทงความผิดข้อหาเรื่องร่วมกันเป็นซ่องโจร และกระทงความผิดข้อหาตามมาตรา 116 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3) โดยศาลอนุญาตให้ประกันตัวจำเลยทั้งหมด
.
ในนัดพร้อมและตรวจพยานหลักฐานเมื่อวันที่ 13 ก.พ. 2569 ที่ผ่านมา จำเลยทั้งห้าให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยยืนยันว่าไม่ได้กระทำความผิดตามฟ้อง
.
ในส่วนของการสืบพยาน ฝ่ายจำเลยได้รับพยานโจทก์บางปาก เช่น พยานผู้เข้าร่วมกิจกรรมบางส่วนตามฟ้องที่พนักงานสอบสวนสอบปากคำไว้ หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ตรวจพิสูจน์ภาพและเสียงจากกิจกรรม ทำให้รวมแล้วยังเหลือพยานที่โจทก์ติดใจจะนำมาสืบ จำนวน 24 ปาก โดยมีทั้งผู้กล่าวหา, ตำรวจฝ่ายสืบสวน, พนักงานสอบสวน, นักวิชาการที่มาให้ความเห็น หรือผู้เข้าร่วมกิจกรรมนี้
.
ขณะที่ฝ่ายจำเลย แถลงจะนำพยานเข้าสืบจำนวน 11 ปาก โดยนอกจากจำเลยทั้งห้า ยังมีพยานที่เป็นนักสิทธิมนุษยชนและนักวิชาการ
.
ศาลกำหนดนัดสืบพยานรวมทั้งหมด 10 นัดครึ่ง แยกเป็นฝ่ายโจทก์ 8 นัด และฝ่ายจำเลย 2 นัดครึ่ง ได้แก่ วันที่ 7-10, 14-17 ก.ค., 18-20 ส.ค. 2569 โดยในนัดเดือนกรกฎาคมนี้ จะเป็นการนัดสืบพยานโจทก์ทั้งหมด จึงเชิญชวนประชาชนที่สนใจร่วมกันติดตามสังเกตการณ์คดีได้
.
.
ทั้งนี้ เมื่อเดือนกันยายน 2568 ทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้เผยแพร่รายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน กรณีร้องเรียนว่า นักกิจกรรมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ถูกดำเนินคดีเชิงยุทธศาสตร์เพื่อระงับการมีส่วนร่วมในกิจการสาธารณะ (SLAPP) โดยเป็นการตรวจสอบการร้องเรียนจากพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ในหลายกรณี โดยเฉพาะกรณีการดำเนินคดีตามมาตรา 116 ต่อนักกิจกรรม รวมทั้งในคดีประชามติจำลองนี้
.
รายงานการตรวจสอบฉบับนี้ โดยภาพรวม กสม. ให้ความเห็นว่าการดำเนินการของเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่ เป็นการจำกัดสิทธิและเสรีภาพเกินสมควรแก่เหตุ และเป็นการใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือในการยับยั้งการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของนักกิจกรรมในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้จนเกินสมควรแก่เหตุ
#มาตรา116 #ศาลจังหวัดปัตตานี #ปัตตานี #สามจังหวัดชายแดนใต้ #นักกิจกรรม #นักศึกษา #PelajarBangsa #ประชามติจำลอง #สิทธิในการกำหนดอนาคตตนเอง #RightToSelfDetermination #เสรีภาพการแสดงความคิดเห็น #คดีการเมือง #กระบวนการยุติธรรม #สิทธิมนุษยชน #กสม #SLAPP #ข่าวการเมือง #ข่าวภาคใต้ #ข่าวปัตตานี #ข่าววันนี้ #ข่าวด่วน #อัปเดตข่าว #ThailandNews #BreakingNews #ข่าวล่าสุด
ข่าวภูมิภาค
"5 นักกิจกรรม-นักศึกษา" ลุ้น! ศาลปัตตานี! เปิดสืบพยานคดี ม.116 ปมเสวนา-ประชามติจำลอง คดีถูกจับตาเรื่องเสรีภาพการแสดงออก
ข่าวแนะนำ
Tags:มาตรา116ศาลจังหวัดปัตตานีปัตตานีสามจังหวัดชายแดนใต้นักกิจกรรมนักศึกษาPelajarBangsaประชามติจำลองสิทธิในการกำหนดอนาคตตนเองRightToSelfDeterminationเสรีภาพการแสดงความคิดเห็นคดีการเมืองกระบวนการยุติธรรมสิทธิมนุษยชนกสมSLAPPข่าวการเมืองข่าวภาคใต้ข่าวปัตตานีข่าววันนี้ข่าวด่วนอัปเดตข่าวThailandNewsBreakingNewsข่าวล่าสุด








