เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 พ.ต.อ.กฤษณ์ มาสุข ผู้กำกับการ สภ.บ้านบึง จังหวัดชลบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.นาวิน สินธุรัตน์ ผู้กำกับการ สภ.ปลวกแดง จังหวัดระยอง, พ.ต.ท.ทะนงศักดิ์ สุวรรณวัฒน์ รองผู้กำกับการสืบสวน สภ.บ้านบึง และ พ.ต.ท.อภิชาติ บุญเกิด สารวัตรสืบสวน สภ.บ้านบึง นำกำลังตำรวจชุดสืบสวน สภ.บ้านบึง สนธิกำลังร่วมกับตำรวจ สภ.ปลวกแดง เปิดปฏิบัติการเข้าตรวจค้นแคมป์คนงานภายในซอย 1 ตำบลแม่น้ำคู้ อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง หลังสืบทราบว่าเป็นแหล่งกบดานของแก๊งคนร้ายชาวเมียนมา ที่ก่อเหตุปล้นสายไฟในพื้นที่อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี ปฏิบัติการครั้งนี้ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาเพิ่มเติมได้ 2 ราย พร้อมตรวจยึดของกลางจำนวนมาก รวมถึงอาวุธปืนสั้นเถื่อนที่พบอยู่กับหัวหน้าแก๊ง
ผู้ต้องหาประกอบด้วย นายเย โม หรือ นายเย หม่อง สัญชาติเมียนมา ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดชลบุรี ที่ จ.324/2569 ลงวันที่ 8 มิถุนายน 2569 ในข้อหา ร่วมกันปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธ และใช้ยานพาหนะในการกระทำผิด รวมทั้งพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร และ นายไว ยาน อู อายุ 23 ปี สัญชาติเมียนมา ในข้อหา เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันปล้นทรัพย์ จากการสอบสวน ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพว่า ร่วมกันก่อเหตุเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 เวลาประมาณ 01.45 น. โดยหัวหน้าแก๊งพกอาวุธปืนสั้น Glock 19 ขนาด 9 มม. ไม่มีทะเบียน พร้อมเครื่องกระสุนติดตัว เพื่อใช้ข่มขู่หรือยิงต่อสู้หากถูกขัดขวาง ซึ่งตำรวจสามารถตรวจยึดอาวุธปืนดังกล่าวไว้เป็นของกลาง
คดีนี้สืบเนื่องจากคนร้ายกว่า 10 คน แต่งกายชุดดำ สวมหมวกโม่งปิดบังใบหน้า บุกเข้าไปในไซต์งานของบริษัทแห่งหนึ่ง พื้นที่หมู่ 8 ตำบลหนองอิรุณ อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี ก่อนใช้อาวุธมีดเข้าข่มขู่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ซึ่งเฝ้าไซต์งานเพียงลำพัง จากนั้นช่วยกันมัดมือ มัดเท้า ใช้ผ้าปิดปาก พร้อมทำร้ายร่างกายเพื่อไม่ให้ขัดขืน ต่อมามีรถกระบะอีก 2 คันขับเข้ามาภายในไซต์งาน ก่อนร่วมกันลำเลียงสายไฟม้วนขนาดใหญ่ขึ้นรถและหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว ได้สายไฟรวม 2,034 เมตร มูลค่าความเสียหายประมาณ 600,000 บาท
หลังเกิดเหตุ ตำรวจเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางหลบหนี จนพบรถต้องสงสัยและพบว่ามีการนำสายไฟไปขายให้ร้านรับซื้อของเก่า ก่อนขยายผลจากทะเบียนรถและข้อมูลการเคลื่อนไหว จนทราบแหล่งกบดานของผู้ต้องหาในแคมป์คนงานพื้นที่อำเภอปลวกแดง และนำไปสู่การจับกุม
จากแนวทางสืบสวน พบว่าขบวนการดังกล่าวมีการแบ่งหน้าที่กันอย่างเป็นระบบ โดยส่งสมาชิกเข้าไปสมัครทำงานตามไซต์ก่อสร้างและโรงงาน เพื่อสำรวจทรัพย์สินและสังเกตความเคลื่อนไหว เมื่อพบสายไฟหรือทรัพย์สินมีค่าจะรายงานหัวหน้าแก๊ง ก่อนวางแผนลงมือช่วงกลางดึก อาศัยจังหวะที่มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเพียงคนเดียว พร้อมศึกษาทางเข้า-ออก จุดติดตั้งกล้องวงจรปิด และเตรียมรถกระบะสำหรับขนของกลางไว้ล่วงหน้า ก่อนรีบนำทรัพย์สินไปขายร้านรับซื้อของเก่าเพื่อตัดตอนการติดตามของเจ้าหน้าที่
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาในคดีนี้ได้แล้ว 6 ราย แจ้งข้อหา ร่วมกันปล้นทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะในการกระทำผิด เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจ ส่วนผู้ร่วมขบวนการที่ยังหลบหนี อยู่ระหว่างเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
ตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี และตำรวจภูธรจังหวัดระยอง ฝากเตือนผู้ประกอบการให้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยภายในไซต์งานและโรงงาน ทั้งการติดตั้งกล้องวงจรปิดและเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย พร้อมยืนยันว่าจะเดินหน้าปราบปรามขบวนการอาชญากรรมที่ก่อเหตุในพื้นที่อย่างจริงจัง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและภาคธุรกิจในพื้นที่ภาคตะวันออก








