เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 3 ก.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่วัดศิริธรรมมาราม บ้านโป่งแดง ต.กุดขอนแก่น อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นวัดต้นสังกัดของพระยงยุทธ กองแก้ว อายุ 40 ปี หรือพระยงยุทธ ธีระจิตโต และพระคำสิงห์ ชัยเลิศ อายุ 41 ปี พระลูกวัดที่ร่วมออกเดินธุดงค์กับคณะฯ ก่อนประสบอุบัติเหตุถูกรถยนต์ซึ่งเด็กชายวัย 11 ปีเป็นผู้ขับ พุ่งชนจนพระยงยุทธได้รับบาดเจ็บสาหัส ขฯะที่พระคำสิงห์มรณภาพในที่เกิดเหตุ
โดยบรรยากาศภายในวัดเป็นไปด้วยความโศกเศร้า ชาวบ้านและญาติโยมต่างช่วยกันจัดเตรียมสถานที่ ทั้งการกางเต็นท์ จัดโต๊ะ เก้าอี้ และเตรียมน้ำดื่ม เพื่อรอรับร่างของพระคำสิงห์ ซึ่งอยู่ระหว่างการเคลื่อนย้ายจาก จ.มุกดาหารกลับมายังวัดต้นสังกัดที่ขอนแก่น
นายสมร เยาวนารถ ไวยาวัจกรวัดศิริธรรมมาราม กล่าวว่า เจ้าอาวาสวัดได้เดินทางไปติดตามอาการของพระยงยุทธที่ได้รับบาดเจ็บ พร้อมดำเนินการเกี่ยวกับการนำร่างของพระคำสิงห์กลับมาบำเพ็ญกุศลที่วัด โดยก่อนออกเดินทางได้มอบหมายให้ญาติโยมและชาวบ้านช่วยกันจัดเตรียมสถานที่ให้พร้อม เบื้องต้นคาดว่า รถกู้ภัยที่นำร่างของพระคำสิงห์จะเดินทางมาถึงวัดช่วงค่ำวันนี้ ส่วนกำหนดการบำเพ็ญกุศลว่าจะตั้งบำเพ็ญกุศลเป็นเวลากี่วัน และจะประกอบพิธีฌาปนกิจในวันใดนั้น ยังต้องรอให้เจ้าอาวาสเดินทางกลับมาถึงวัดก่อน จากนั้นจะมีการประชุมร่วมกันระหว่างคณะสงฆ์ โดยมีเจ้าคณะตำบลเป็นประธาน รวมถึงครอบครัวของพระคำสิงห์ เพื่อหารือและกำหนดรายละเอียดการจัดงานบำเพ็ญกุศลอย่างเป็นทางการอีกครั้ง
"พระยงยุทธมีอายุประมาณ 40 ปีเศษ บวชมาแล้วประมาณ 5 พรรษา และเป็นพระอาคันตุกะที่เข้ามาขอพำนักอยู่ที่วัดศิริธรรมมารามเมื่อประมาณ 4 ปีที่ผ่านมา ตลอดระยะเวลาที่จำพรรษาอยู่ที่วัด พระยงยุทธเป็นพระที่มีจริยวัตรงดงาม เป็นพระนักพัฒนา และคอยช่วยเหลืองานภายในวัดมาโดยตลอด ทำให้วัดมีความเจริญมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นพระที่ชื่นชอบการออกเดินธุดงค์เพื่อปฏิบัติธรรม โดยนับตั้งแต่มาพำนักที่วัดแห่งนี้ก็ออกเดินธุดงค์เป็นประจำ จนชาวบ้านและญาติโยมคุ้นชิน"
นายสมร กล่าวต่อว่า พระคำสิงห์ เพิ่งอุปสมบทได้ประมาณ 1 พรรษา โดยมีพระยงยุทธเป็นผู้ชักชวนให้เข้ามาอุปสมบท และทำหน้าที่เป็นพระพี่เลี้ยงตั้งแต่เริ่มต้นชีวิตในร่มกาสาวพัสตร์ หลังจากนั้นพระคำสิงห์ก็มักออกเดินธุดงค์ร่วมกับพระยงยุทธอยู่เสมอ ก่อนวันเกิดเหตุ พระทั้ง 2รูปได้แจ้งกับชาวบ้านว่าจะออกเดินธุดงค์ โดยเริ่มต้นจากวัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ จ.มุกดาหาร มุ่งหน้าไปยัง อ.น้ำขุ่น จ.อุบลราชธานี และคาดว่าจะใช้เวลาเดินธุดงค์ประมาณ 20 กว่าวัน ก่อนเดินทางกลับมายังวัดศิริธรรมมาราม เพื่ออยู่จำพรรษาในช่วงเข้าพรรษา แต่กลับมาประสบอุบัติเหตุเสียก่อน อย่างไรก็ดีสำหรับพระยงยุทธซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสนั้น ชาวบ้านมีความตั้งใจที่จะนิมนต์ให้กลับมาอยู่จำพรรษาที่วัดศิริธรรมมารามตามที่ได้ตั้งใจไว้ พร้อมเตรียมอุปัฏฐากและดูแลในช่วงพักฟื้นรักษาตัว จนกว่าจะหายจากอาการบาดเจ็บ








