วันที่ 2 กรกฎาคม 2569 พ.อ.สัมฤทธิ์ ฉัตรวัฒนาสกุล รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพิจิตร (รอง ผอ.รมน.จังหวัดพิจิตร) เปิดเผยว่า จังหวัดพิจิตรมีวัดในพื้นที่ทั้ง 12 อำเภอ รวม 499 วัด โดยในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ได้เกิดกระแสข่าวเกี่ยวกับพระสงฆ์ที่ส่งผลกระทบต่อความศรัทธาของพุทธศาสนิกชนในจังหวัด อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันปัญหาดังกล่าวได้คลี่คลายแล้ว ผู้ที่กระทำผิดกฎหมายและผู้ที่กระทำผิดพระธรรมวินัยได้รับโทษตามกระบวนการที่เกี่ยวข้อง
หลังจากนี้ กอ.รมน.จังหวัดพิจิตร ร่วมกับสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดพิจิตร คณะสงฆ์ ผู้นำชุมชน และฝ่ายปกครอง จะร่วมกันฟื้นฟูพระพุทธศาสนา ส่งเสริมการเผยแผ่หลักธรรมคำสอน เพื่อให้วัดกลับมาเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชน สร้างความรัก ความสามัคคี และสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น
พ.อ.สัมฤทธิ์ กล่าวว่า ช่วงที่ผ่านมา จังหวัดพิจิตรขาดเจ้าคณะจังหวัด ซึ่งเป็นผู้นำสูงสุดของคณะสงฆ์ในพื้นที่ ส่งผลให้การบริหารงานและการตัดสินใจตามอำนาจหน้าที่เกิดภาวะสุญญากาศในบางช่วง โดยเฉพาะการแต่งตั้งผู้บริหารวัดในหลายพื้นที่ จากการสำรวจพบว่า มีวัดในจังหวัดพิจิตรจำนวน 8 แห่ง ที่ยังไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส กอ.รมน.จังหวัดพิจิตร จึงได้บูรณาการร่วมกับสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดพิจิตร ฝ่ายปกครอง และผู้นำชุมชน เพื่อประชุมหารือแนวทางแก้ไข ซึ่งสามารถแต่งตั้งเจ้าอาวาสได้แล้ว 4 แห่ง ปัจจุบันยังเหลือวัดที่อยู่ระหว่างดำเนินการแต่งตั้งเจ้าอาวาสอีก 4 แห่ง ได้แก่ วัดเนินยาว อำเภอเมืองพิจิตร วัดขนุน อำเภอเมืองพิจิตร วัดดงยางสามัคคีธรรม อำเภอวชิรบารมี วัดต้นประดู่ อำเภอวชิรบารมี
ทั้งนี้ กอ.รมน.จังหวัดพิจิตร ได้ประชุมร่วมกับเจ้าคณะตำบลและเจ้าคณะอำเภอ เพื่อเร่งรัดการแต่งตั้งเจ้าอาวาสให้ครบทั้ง 4 วัด ภายในวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 เพื่อให้แต่ละวัดมีผู้นำในการบริหารจัดการ พัฒนาวัด และขับเคลื่อนกิจการพระพุทธศาสนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้หลังการแต่งตั้ง หากพบว่าเจ้าอาวาสมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ไม่ประพฤติตามพระธรรมวินัย หรือไม่สามารถอยู่ร่วมกับชุมชนได้ ก็จะมีมาตรการตรวจสอบและดำเนินการตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษามาตรฐานของคณะสงฆ์ และกอบกู้ความศรัทธาของประชาชนที่มีต่อวัดและพระพุทธศาสนาให้กลับคืนมาอย่างยั่งยืน








