หน่วยงานด้านความมั่นคงและฝ่ายปราบปรามในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดปฏิบัติการตรวจค้นขบวนรถไฟโดยสารสายใต้ หลังได้รับเบาะแสว่ามีการลักลอบขนสินค้าผิดกฎหมายเข้าสู่กรุงเทพมหานคร สามารถตรวจยึดซากหมูป่าชำแหละหนัก 250 กิโลกรัม และสุราต่างประเทศหนีภาษีอีก 96 ขวด รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 350,000 บาท พร้อมเตรียมขยายผลติดตามผู้ร่วมขบวนการมาดำเนินคดี
วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 นายฐิติพงศ์ คำผุย นายด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วย นายวิทยา พรมโยธา สรรพสามิตพื้นที่ประจวบคีรีขันธ์ นายสัตวแพทย์วรพงษ์ รังผึ้ง หัวหน้าด่านกักกันสัตว์ประจวบคีรีขันธ์ สนธิกำลังร่วมกับ พ.ต.อ. อัคราวัส สีห์ธนบุญอุบล ผู้กำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 14 พ.อ. ธัชเดช อาบัวรัตน์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก และนายชัยชาญ มูลมาก ป้องกันจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เข้าตรวจค้นขบวนรถไฟโดยสารสายใต้ที่สถานีรถไฟประจวบคีรีขันธ์ การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล กรมศุลกากร และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมาย โดยได้รับการกำชับจากผู้บริหารกรมศุลกากรให้ทุกหน่วยงานบูรณาการปฏิบัติการอย่างเข้มงวด
จากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่พบกล่องพัสดุต้องสงสัยซุกซ่อนอยู่ใต้สัมภาระอื่น ภายในบรรจุซากหมูป่าชำแหละจำนวน 250 กิโลกรัม ไม่มีใบอนุญาตเคลื่อนย้ายซากสัตว์ และพบสุราและไวน์ต่างประเทศยี่ห้อดังอีก 8 ลัง รวม 96 ขวด โดยไม่มีหลักฐานการเสียภาษี รวมมูลค่าของกลางกว่า 350,000 บาท
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดของกลางทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน และดำเนินคดีตามความผิดฐานฝ่าฝืน พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560, พระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 และ พระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 พร้อมส่งมอบซากสัตว์ให้กรมปศุสัตว์ดำเนินการตามกฎหมาย และเร่งขยายผลหาตัวผู้ว่าจ้าง ผู้ลักลอบขนส่ง และผู้ร่วมขบวนการมาดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด
เจ้าหน้าที่ระบุว่า การลักลอบขนส่งซากสัตว์ที่ไม่ได้รับอนุญาต ไม่เพียงเป็นการกระทำผิดกฎหมายเท่านั้น แต่ยังเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคสัตว์ และกระทบต่อความปลอดภัยด้านอาหารของประชาชน ขณะที่การลักลอบนำเข้าสุราหนีภาษีส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและรายได้ของรัฐโดยตรง
ทั้งนี้ ด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ประจวบคีรีขันธ์ และด่านกักกันสัตว์ประจวบคีรีขันธ์ ยืนยันจะเดินหน้าบูรณาการกำลังร่วมกับศูนย์ป้องกันและปราบปรามศุลกากรปราณบุรี ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพิ่มความเข้มงวดในการสกัดกั้นสินค้าผิดกฎหมายตามแนวชายแดนและเส้นทางคมนาคม ทั้งทางรถไฟ ทางถนน และระบบขนส่งพัสดุอย่างต่อเนื่อง เพื่อปกป้องเศรษฐกิจ ความปลอดภัย และสุขอนามัยของประชาชน








