พบแล้ว ทั้งคน-รถ สภาพศพทิ้งกลางป่ายาง สภาพสภาพเปลือยกาย น้องสาวรุดดูศพ เผย ขอให้คนร้ายได้รับผลกรรม ส่วนรถทิ้งไกลข้ามตำบล ชาวบ้านเผย นาทีช่วยเหลือ "มอส ตามาง"
เมื่อเวลา 10.10 น. วันที่ 1 ก.ค.69 เจ้าหน้าที่ตำรวจและชุดปกครองอำเภอเขาสมิง พบร่างนายบุญอยู่ อายุ 66 ปี (แก้ไขจาก 61) ถูกทิ้งไว้ในกลางป่ายาง ม.3 ต.ทุ่งนนทรีย์ อ.เขาสมิง จ.ตราด ห่างจากจุดเกิดเหตุ 1.8 กิโลเมตร โดยสภาพศพ อยู่ในสภาพตะแคงข้.งเสื้อผ้าถูกถอดออกทั้งหมด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงดันพื้นที่ไม่ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าไปยังจุดเกิดเหตุ เพื่อรอกองพิสูจน์หลักฐานเดินทางมาตรวจสอบพื้นที่อย่างละเอียดอีกครั้ง ท่ามกลางชาวบ้านกว่า 50 คนที่เดินทางมาติดตามเหตุการณ์กันอย่างใกล้ชิด
ขณะ นางรัศมี อายุ 55 ปี น้องสาวของผู้เสียชีวิตที่เดินทางมายังที่เกิดเหตุพร้อมกับหลานเพื่อดูร่างนายบุญอยู่ เปิดเผยว่า ผู้เสียชีวิตเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ในพื้นที่ได้ไม่ถึง 1 ปี โดยพี่ชายเป็นคนปลูกบ้านให้พักอาศัย ผู้เสียชีวิตมีครอบครัวแล้วและมักจะออกมาวิ่งออกกำลังกายเป็นประจำ ในวันเกิดเหตุผู้เสียชีวิตได้วิ่งออกกำลังกายและไปพบกับคนร้ายโดยบังเอิญ ซึ่งทางครอบครัวยืนยันว่าผู้เสียชีวิตไม่เคยรู้จักกับคนร้ายมาก่อน คนร้ายได้ถามผู้เสียชีวิตว่ามองหน้าทำไม ก่อนจะเข้าไปพูดคุยและลงมือทำร้ายทันที และต้องการให้คนร้ายได้รับผลกรรมตามสิ่งที่ตนเองได้ก่อไว้
จากนั้นผู้สื่อข่าวเดินไปยังอ่างเก็บน้ำตากาด ม.9 ต.ห้วยแร้ง อ.เมือง จ.ตราด ที่ห่างจากจุดพบศพประมาณ 5.8 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่ปกครองพบรถซาเล้งมาทิ้งไว้ ก่อนจะประสานตำรวจเข้าตรวจสอบ เมื่อนำรถขึ้นมาแล้ว พบว่า เป็นรถที่ไหนหมดใช้ในการก่อเหตุจริง จากการตรวจสอบอย่างละเอียดพบถังน้ำสีน้ำเงินจำนวนหนึ่งใบ จึงเก็บเป็นหลักฐานซึ่งทางเจ้าหน้าที่คาดว่านายหมอน่าจะนำร่าง ยัดใส่ถังสีน้ำเงิน แล้วนำไปทิ้งไว้ที่กลางยางพาราจากนั้นได้ขี่รถซาเล้งมาทิ้งที่อ่างเก็บน้ำตากาด แล้วเดินไปขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านในพื้นที่
นายนิรันดร์ อายุ 48 ปี ชาวบ้านที่ช่วยเหลือนายมอส เล่าเหตุการณ์ว่า ในช่วงกลางคืนขณะที่หลานชายกำลังกรีดยางอยู่นั้น ได้พบกับชายผู้ต้องสงสัยเดินเข้ามาหาในสภาพตัวเปียกน้ำ ชายคนดังกล่าวอ้างว่ารถน้ำมันหมดและขอความช่วยเหลือ โดยบอกว่าตนเองไม่มีเงินติดตัวและไม่มีโทรศัพท์ ด้วยความสงสาร นายนิรันดร์ จึงให้ชายคนดังกล่าวนั่งรถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้าง (ซาเล้ง) เพื่อพาไปส่งที่ร้านค้าของเพื่อนชายคนนั้นบริเวณบ้านแก่งไพร ซึ่งมีระยะทางประมาณ 6-7 กิโลเมตร ในระหว่างทาง นายนิรันดร์ได้ขับรถผ่านจุดที่รถของผู้ใหญ่บ้านจอดอยู่บริเวณทางแยก แต่ไม่ได้เอะใจอะไรและไม่มีใครเรียกตรวจ จนกระทั่งไปส่งเสร็จและกลับมาถึงบ้าน หลานชายจึงโทรศัพท์มาแจ้งว่ามีชายผู้ต้องสงสัยคลั่งยาหลบหนี นายนิรันดร์จึงเพิ่งตระหนักว่าชายที่ตนขับรถไปส่งคือคนร้ายที่เจ้าหน้าที่กำลังตามหาตัวอยู่
ด้านนายพงษ์สันต์ เครือปิ่นไชย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 ผู้นำเปิดเผยถึงการติดตามตัวคนร้ายว่า เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุตั้งแต่ช่วงกลางคืนและได้ออกค้นหารอบหนึ่งแล้ว แต่ต้องยุติลงชั่วคราวเนื่องจากฝนตกหนัก เมื่อถึงช่วงเช้าจึงเริ่มค้นหาใหม่โดยประเมินจากไทม์ไลน์ที่คนร้ายไปขอความช่วยเหลือจากลูกบ้าน จากข้อมูลที่ว่าคนร้ายมีสภาพตัวเปียกน้ำ เจ้าหน้าที่จึงสันนิษฐานว่าคนร้ายน่าจะทิ้งรถลงในแหล่งน้ำท้ายอ่าง ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากจุดเกิดเหตุ เมื่อทีมงานลงพื้นที่สำรวจจึงพบรอยหญ้าแหลกเป็นทาง นำไปสู่การให้นักประดาน้ำลงไปงมค้นหาจนพบรถจมอยู่ใต้น้ำจริง
นอกจากนี้ ผู้ใหญ่บ้านยังยอมรับว่า ในช่วงที่ตั้งด่านสกัดจับบริเวณด้านหน้านั้น คนร้ายได้นั่งรถซาเล้งของชาวบ้านวิ่งผ่านด่านไปจริง แต่เนื่องจากเจ้าหน้าที่ไม่เคยเห็นหน้าคนร้ายมาก่อนจึงไม่ได้สังเกตและปล่อยให้ผ่านด่านไปได้








