สุรินทร์-แฉอดีต จนท.สาธารณสุขสุรินทร์ ออกอุบายยืมเงินอ้างกู้สหกรณ์มาคืน เหยื่อสูญนับล้าน แจ้งความ-ร้องต้นสังกัด
วันที่ 27 มิ.ย.69 ผู้เสียหายหลายรายออกมาเปิดเผยพฤติกรรมของอดีตเจ้าหน้าที่สาธารณสุขรายหนึ่ง หลังใช้ความสนิทสนม ก่อนหลอกยืมเงิน พร้อมใช้กลอุบายว่าจะกู้เงินจากสหกรณ์มาชำระคืน แต่ต้องนำเงินไปเป็น "ค่าคนค้ำ" ก่อน สุดท้ายกลับไม่คืนเงินและขาดการติดต่อ เบื้องต้นมีผู้เสียหายแล้วกว่า 10 ราย มูลค่าความเสียหายรวมเกือบ 1 ล้านบาท
นายพิทักษ์พงษ์ ผาผล อายุ 39 ปี ชาวบ้านตาปัน ตำบลสำเภาลูน อำเภอบัวเชด จังหวัดสุรินทร์ หนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยว่า รู้จักกับนายเก่งตั้งแต่ครั้งทำงานด้านสาธารณสุขในพื้นที่ตำบลสำเภาลูน ก่อนจะสนิทสนมกันและมีการยืมเงินครั้งแรกจำนวน 40,000 บาท
ต่อมาหลังนายเก่งย้ายไปบรรจุที่โรงพยาบาลโนนนารายณ์ ตนได้ติดตามทวงถามเงินที่ยืมไป แต่นายเก่งอ้างว่าจะกู้เงินจากสหกรณ์มาชำระคืน โดยต้องเสียค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับผู้ค้ำประกัน จึงขอให้โอนเงินช่วยเหลือหลายครั้ง ครั้งละตั้งแต่ 5,000 บาท หวังจะได้เงินคืนจึงให้ยืม จนถึงหลักหมื่น รวม 5 ครั้ง
เมื่อเงินในบัญชีหมด นายพิทักษ์พงษ์ฯยังไปยืมเงินจาก นางสาวนารีรัตน์ นามวงค์ อีก 60,000 บาท เพื่อโอนให้นายเก่งเป็นครั้งสุดท้าย ด้วยความเชื่อว่าจะได้รับเงินทั้งหมดคืน แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับเงินคืนแม้แต่บาทเดียว และไม่สามารถติดต่อได้ จึงเข้าแจ้งความดำเนินคดี พร้อมร้องเรียนไปยังหน่วยงานต้นสังกัด
ด้านนางสาวนารีรัตน์ นามวงค์ อายุ 48 ปี ชาวตำบลสำเภาลูน ผู้เสียหายอีกราย เปิดเผยว่า รู้จักนายเก่งและนางสาวจอยผ่านนายพิทักษ์พงษ์ฯ ก่อนถูกทั้งสองออกอุบายขอยืมเงินจำนวน 98,000 บาท โดยทยอยชำระคืนเพียงครั้งละ 500 บาท และ 1,000 บาท ปัจจุบันยังค้างยอดอีกกว่า 50,000 บาท
นอกจากนี้ นางสาวนารีรัตน์ฯยังระบุว่า เงินอีก 60,000 บาทที่ตนให้ยืมผ่านนายพิทักษ์พงษ์ฯ เพื่อนำไปช่วยนายเก่ง ก็ยังไม่ได้รับคืนเช่นกัน
ผู้เสียหายยังให้ข้อมูลว่า มีนางสาวจอย ภาณิชา ซึ่งอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการสาธารณสุขจังหวัดสุรินทร์ เป็นอีกบุคคลที่มีชื่อบัญชีรับโอนเงินจากผู้เสียหายหลายครั้ง เมื่อผู้เสียหายเดินทางไปตรวจสอบที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุรินทร์ พบว่านางสาวจอยเป็นเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานจริง
อย่างไรก็ตาม ในการไกล่เกลี่ยที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุรินทร์ เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2569 นางสาวจอยให้ข้อมูลว่า นายเก่งได้ยื่นใบลาออกจากราชการแล้ว
ขณะนี้ผู้เสียหายหลายรายได้รวมตัวเข้าแจ้งความและร้องเรียนต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยระบุว่ามีผู้เสียหายแล้วมากกว่า 10 ราย มูลค่าความเสียหายรวมเกือบ 1 ล้านบาท พร้อมเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่เร่งดำเนินการติดตามตัวผู้ถูกกล่าวหามารับผิดชอบตามกระบวนการกฎหมาย
ข้อกล่าวหาทั้งหมดเป็นข้อมูลจากฝั่งผู้เสียหาย และยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ ผู้ถูกกล่าวหายังคงได้รับการสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดจากศาล
ภูมิภาค62








