กาญจนบุรีจัดประชุมบูรณาการแผนสกัดกั้นยาเสพติด ครั้งที่ 8 ยกระดับมาตรการเข้มพื้นที่ชายแดน ผนึกกำลังทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และภาคีเครือข่าย เดินหน้าปราบปราม ควบคู่บำบัดฟื้นฟูผู้เสพ สร้างชุมชนและเยาวชนปลอดภัยอย่างยั่งยืน ตามนโยบายรัฐบาล
วันที่ 26 มิ.ย.69 เวลา 14.00 น. ณ อาคาร บก.นบ.ยส.17 ค่ายสุรสีห์ อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี นางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เป็นประธานการประชุมบูรณาการแผนสกัดกั้นยาเสพติด ครั้งที่ 8 โดยมี พลตรี ชนมากรณ์ ภิบาลชนม์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 17 พลตรี สหัสดนท์ ธเนสชัยพิทักษ์ รอง ผอ.นบ.ยส.17 นายวุฒิพงษ์ สุภัควนิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี นายทิพเมษฐ์ สังขวรรณะ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ภาค 7 พร้อมด้วย นายอำเภอ ผู้แทนนายอำเภอ จากพื้นที่ 5 อำเภอชายแดน ผู้แทนจากหน่วยงานราชการ ภาคีเครือข่าย ฝ่ายปกครอง ฝ่ายความมั่นคง ตลอดจนเจ้าหน้าที่จากสำนักงานสาธารณสุข และพัฒนาชุมชน เข้าร่วมประชุมฯ ทั้งนี้เพื่อร่วมกันกำหนดแนวทาง ยกระดับมาตรการ และประสานความร่วมมือในการสกัดกั้นการแพร่ระบาดและการลักลอบขนส่งยาเสพติดในพื้นที่อย่างเป็นระบบ
สำหรับการประชุมในครั้งนี้ ได้มีการรายงานและติดตามผลความคืบหน้าการปฏิบัติงานของหน่วยงานภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด อาทิ การรายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดยาเสพติดในปัจจุบัน แผนการดำเนินงานของฝ่ายสาธารณสุขในการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยยาเสพติด ตลอดจนแนวทางของสำนักงานพัฒนาชุมชนในการเสริมสร้างความเข้มแข็งแก่หมู่บ้านและชุมชนผ่านกองทุนแม่ของแผ่นดิน พร้อมทั้งร่วมกันวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกในพื้นที่จุดเสี่ยงตามแนวชายแดนเพื่อปรับปรุงมาตรการสกัดกั้นและการบูรณาการฐานข้อมูลร่วมกัน ในการนี้ ประธานในที่ประชุมได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการทำงานเชิงรุกและการเฝ้าระวังพื้นที่เป้าหมายอย่างเข้มงวด ควบคู่ไปกับการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในท้องถิ่น เพื่อตัดวงจรการแพร่กระจายของยาเสพติดอย่างครบวงจร ซึ่งการบูรณาการในครั้งนี้ถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายความมั่นคงของรัฐบาลและจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อปกป้องประชาชนให้ปลอดภัยจากภัยยาเสพติดอย่างยั่งยืนต่อไป
ทั้งนี้ นางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ประธานในที่ประชุมฯ ได้กล่าวชื่นชมและขอบคุณหน่วยงานฝ่ายความมั่นคง ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนที่ร่วมมือกันสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดในห้วงเวลาที่ผ่านมา พร้อมทั้งเน้นย้ำในการรับมือกับความท้าทายทางภูมิศาสตร์ที่เป็นพื้นที่ชายแดนยาวและกว้างใหญ่ โดยกำชับให้ทุกหน่วยงานยกระดับความเข้มงวด ณ จุดตรวจร่วมความมั่นคง บูรณาการข้อมูลและตรวจสอบความสอดคล้องของสินค้า ทั้งประเภท ปริมาณ และสถานะของผู้ประกอบธุรกิจขนส่งตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง เพื่อป้องกันไม่ให้สารเคมีภัณฑ์หรือยาเสพติดเล็ดลอดเข้าสู่พื้นที่ตอนในอันเป็นจุดเสี่ยงที่ยากต่อการแก้ไข นอกจากนี้ยังได้เสนอแนวคิดการแบ่งมิติการทำงานออกเป็นสองส่วน คือ มิติด้านความมั่นคงเพื่อเน้นปราบปราม และมิติด้านสังคมร่วมกับหน่วยงานสาธารณสุขและโรงเรียน เพื่อดูแลรักษาผู้เสพและปกป้องพื้นที่อ่อนไหวอย่างสถานศึกษาและศาสนสถาน โดยขอให้ทุกภาคส่วนยึดถือวันต่อต้านยาเสพติดโลกนี้เป็นจุดเริ่มต้นขับเคลื่อนนโยบาย "พิฆาตยาเสพติด" ของรัฐบาลอย่างจริงจัง เพื่อสร้างชุมชนและเยาวชนที่เข้มแข็งอย่างยั่งยืนต่อไป








