วันที่ 26 มิ.ย.69 นายศักดิ์ชัย แตงฮ่อ ผู้สมัครนายกเมืองพัทยา หมายเลข 3 ในนาม “ทีมพัทยา 2030” นำผู้สมัครสมาชิกสภาเมืองพัทยา (สม.) ลงพื้นที่แห่ขอคะแนนเสียงรอบเมืองพัทยาในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง โดยเริ่มขบวนตั้งแต่เวลา 09.00 น. เดินสายพบปะประชาชนครอบคลุมทุกพื้นที่ทั้งพัทยาเหนือ พัทยากลาง พัทยาใต้ จอมเทียน นาเกลือ และพระตำหนัก พร้อมจัดเวทีปราศรัยย่อยในหลายจุดสำคัญของเมือง โดยมีผู้สนับสนุนและประชาชนร่วมให้กำลังใจตลอดเส้นทางอย่างคึกคัก
ระหว่างการลงพื้นที่ นายศักดิ์ชัยได้กล่าวปราศรัยถึงแนวทางการบริหารเมืองพัทยา โดยระบุว่า สิ่งที่ได้รับฟังจากประชาชนมากที่สุดคือความต้องการให้เร่งแก้ไขปัญหาต่างชาติและกลุ่มทุนสีเทาที่เข้ามาแย่งอาชีพ แย่งงาน และกระทบต่อรายได้ของคนไทยในพื้นที่ พร้อมประกาศชูนโยบาย “นายก 24 ชั่วโมง” และยกการแก้ไขปัญหาต่างชาติทุนเทาเข้ามาแย่งอาชีพคนไทยเป็นวาระเร่งด่วนของเมืองพัทยา หากได้รับความไว้วางใจจากประชาชนให้เข้ามาบริหารเมือง
นายศักดิ์ชัย กล่าวว่า ประเด็นที่ประชาชนสะท้อนมากที่สุดคือปัญหากลุ่มทุนต่างชาติที่เข้ามาประกอบอาชีพหรือดำเนินธุรกิจผิดกฎหมาย ส่งผลกระทบต่อโอกาสในการประกอบอาชีพและรายได้ของคนไทย “ไม่ต้องเชื่อในสิ่งที่ผมพูด แต่ขอให้ดูจากประสบการณ์และผลงานที่ผ่านมา วันนี้ผมเดินทั่วเมืองพัทยา เสียงสะท้อนที่ได้รับตรงกันคือ ขอให้เร่งจัดการปัญหาต่างชาติทุนเทา ที่เข้ามาแย่งอาชีพ แย่งงาน และแย่งรายได้ของคนพัทยาและคนไทย”
หากได้รับความไว้วางใจจากประชาชน จะผลักดันการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยเฉพาะการปราบปรามธุรกิจผิดกฎหมายที่ดำเนินการโดยชาวต่างชาติ เช่น ไกด์เถื่อน ธุรกิจท่องเที่ยวผิดกฎหมาย และการเร่ขายสินค้าในอาชีพที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอาชีพสงวนสำหรับคนไทย เพื่อคุ้มครองสิทธิและโอกาสทางเศรษฐกิจของประชาชนในพื้นที่
นอกจากนี้ ยังได้ประกาศจุดยืนอย่างหนักแน่นต่อหน้าประชาชนว่า “ผมขอให้ความมั่นใจกับพี่น้องประชาชนว่า สิ่งที่ผมพูดต้องทำได้ หากพูดแล้วทำไม่ได้ ผมพร้อมลาออกจากตำแหน่ง ผมขอใช้เวลาตรงนี้เพียงเท่านี้ และขอขอบพระคุณพี่น้องทุกท่านที่ให้การต้อนรับเป็นอย่างดี”
ทั้งนี้ นายศักดิ์ชัยได้เชิญชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 28 มิถุนายน พร้อมขอคะแนนเสียงให้กับตนเอง หมายเลข 3 และผู้สมัครสมาชิกสภาเมืองพัทยาในนามทีมพัทยา 2030 หมายเลข 1-6 โดยย้ำว่า เมืองพัทยาจำเป็นต้องมีการบริหารงานที่เข้มแข็ง โปร่งใส และให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ของประชาชนเป็นอันดับแรก








