ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีเจ้าหน้าที่กองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ร่วมกับสำนักงาน ป.ป.ช. นำหมายค้นศาลจังหวัดนนทบุรีเข้าตรวจค้นบ้านพักแห่งหนึ่งในพื้นที่หมู่ 9 ต.บางเลน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี หลังได้รับการร้องเรียนว่ามีขบวนการเรียกรับเงินช่วยเหลือผู้สมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุเป็นพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) โดยอ้างว่าสามารถทำให้สอบผ่านและได้รับการบรรจุเข้ารับราชการได้
ผลการตรวจค้นพบหลักฐานสำคัญจำนวนมาก โดยเฉพาะสำเนากระดาษคำตอบของผู้เข้าสอบประมาณ 3,000 ราย และพบว่ามีการแก้ไขคะแนนเสร็จสิ้นไปแล้วประมาณ 2,000 ราย เจ้าหน้าที่ประเมินเบื้องต้นว่า ขบวนการดังกล่าวอาจสร้างความเสียหายรวมสูงถึง 4,500 ล้านบาท ที่น่าจับตาคือ แนวทางการสืบสวนพบว่า มีเจ้าหน้าที่ในสังกัดเทศบาลเมืองวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ ถูกระบุว่าเป็นหนึ่งในผู้ต้องสงสัยสำคัญ โดยถูกกล่าวหาว่ามีบทบาทในการจัดเก็บและซุกซ่อนกระดาษคำตอบไว้ภายในบ้านพักที่ถูกตรวจค้น
นายศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เปิดเผยว่า ได้มีหนังสือด่วนที่สุดถึงนายกเทศมนตรีเมืองวิเชียรบุรี ให้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยทันที พร้อมพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ และรายงานผลให้จังหวัดทราบภายใน 7 วันนับแต่ได้รับหนังสือ ผู้ว่าฯ เพชรบูรณ์ ระบุด้วยว่า เจ้าหน้าที่รายดังกล่าวเพิ่งได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการพนักงานเทศบาลจังหวัดเพชรบูรณ์ (ก.ท.จ.) ให้โอนย้ายมาจากเทศบาลตำบลระแหง อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 2 ก.พ. 2569
ส่วนกรณีการสั่งพักราชการนั้น เป็นอำนาจของคณะกรรมการพนักงานเทศบาลจังหวัด (ก.ท.จ.) โดยหากเทศบาลเมืองวิเชียรบุรีเห็นว่าควรพักราชการระหว่างสอบข้อเท็จจริง ก็สามารถเสนอเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของ ก.ท.จ.ได้ตามขั้นตอน ขณะที่เทศบาลเมืองวิเชียรบุรีได้ออกประกาศชี้แจงต่อสาธารณชน ยืนยันว่าเทศบาลไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่มีส่วนรับรู้ และไม่มีส่วนร่วมในกระบวนการทุจริตดังกล่าว พร้อมยืนยันจะให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ เพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม อย่างไรก็ตาม คดีนี้ยังอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน และผู้ถูกกล่าวหายังคงถือเป็นผู้บริสุทธิ์ตามกฎหมาย จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด สำหรับคดีทุจริตสอบท้องถิ่นครั้งนี้ ถือเป็นหนึ่งในคดีที่สังคมจับตามองมากที่สุด เนื่องจากเกี่ยวข้องกับผู้เข้าสอบจำนวนมากทั่วประเทศ และอาจนำไปสู่การขยายผลถึงเครือข่ายผู้ร่วมกระทำผิดรายอื่นในอนาคต
ข่าวภูมิภาค








