ตำรวจ ปส. ทลายเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ ยึดยาบ้า 7.33 ล้านเม็ด ไอซ์ 250 กก. รวบผู้ต้องหา 3 ราย เชียงใหม่
เมื่อเวลา 14.00 น. วันนี้ (23 มิถุนายน 2569) ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 3 (ส่วนหน้า) จ.เชียงใหม่ พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ผบช.ปส.) พร้อมด้วย พล.ท.ชายแดน กฤษณสุวรรณ แม่ทัพน้อยที่ 3/รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด (นบ.ยส.35) ตำรวจภูธรภาค 5 และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงผลการจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดรายสำคัญ 2 คดี สามารถยึดยาบ้ากว่า 7.33 ล้านเม็ด และไอซ์ 250 กิโลกรัม พร้อมจับกุมผู้ต้องหาได้รวม 3 ราย
คดีแรก เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.2 บก.ปส.3 บูรณาการร่วมกับหน่วยงานด้านยาเสพติดในพื้นที่ ติดตามความเคลื่อนไหวของเครือข่ายลำเลียงยาเสพติดที่ใช้พื้นที่ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ เป็นจุดรับยาเสพติดก่อนส่งต่อไปยังพื้นที่ภาคกลาง กระทั่งคืนวันที่ 2 มิถุนายนที่ผ่านมา พบรถยนต์อเนกประสงค์ยี่ห้ออีซูซุ สีฟ้า ทะเบียนจังหวัดลำพูน ขับออกจากพื้นที่ อ.แม่แตง มุ่งหน้าสู่พื้นที่ตอนในด้วยท่าทีมีพิรุธ
เจ้าหน้าที่จึงติดตามและแสดงตัวเข้าตรวจค้นบริเวณถนนหน้าสถานีตำรวจภูธรแม่โจ้ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ พบผู้ขับขี่เป็นชาย 1 ราย และตรวจพบไอซ์น้ำหนักรวม 250 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ภายในรถ จึงควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี
จากการสืบสวนขยายผล เจ้าหน้าที่พบว่าเครือข่ายดังกล่าวใช้กระท่อมกลางสวนผลไม้ในพื้นที่บ้านแม่คะจาน หมู่ 7 ต.ขี้เหล็ก อ.แม่แตง เป็นสถานที่พักยาเสพติด จึงเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด
ต่อมาเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2569 เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นและจับกุมผู้ต้องหาได้อีก 2 ราย ขณะกำลังจัดเตรียมยาเสพติดภายในกระท่อม จากการตรวจค้นพบกระสอบบรรจุยาบ้าซุกซ่อนอยู่ภายใน “ช่องลับใต้ดิน” ที่ดัดแปลงขึ้นเพื่ออำพรางสายตาเจ้าหน้าที่ เมื่อตรวจนับพบยาบ้าจำนวน 7,330,000 เม็ด จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลางและควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย
สรุปผลการปฏิบัติการครั้งนี้ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมเครือข่ายยาเสพติดได้รวม 2 คดี ผู้ต้องหา 3 ราย พร้อมของกลางยาบ้า 7,330,000 เม็ด และไอซ์ 250 กิโลกรัม ถือเป็นการตัดวงจรเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ และสกัดกั้นยาเสพติดจำนวนมหาศาลไม่ให้หลุดรอดเข้าสู่พื้นที่ชั้นในและแพร่กระจายสู่ชุมชน
พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส. กล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมือของทุกหน่วยงานในการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลด้านการปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจัง ยาเสพติดที่ตรวจยึดได้หากหลุดรอดออกสู่ตลาด จะสร้างผลกระทบต่อเด็ก เยาวชน และสถาบันครอบครัวอย่างรุนแรง การสกัดกั้นได้ตั้งแต่ต้นทางจึงเป็นการตัดวงจรการแพร่ระบาดอย่างมีประสิทธิภาพ
พร้อมยืนยันว่า กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดจะเดินหน้าปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดในทุกมิติ โดยเฉพาะการขยายผลไปถึงผู้สั่งการ นายทุน และเส้นทางการเงิน เพื่อทำลายโครงสร้างขององค์กรอาชญากรรมให้หมดสิ้น พร้อมเชิญชวนประชาชนร่วมแจ้งเบาะแสยาเสพติดผ่านสายด่วน 191 หรือสายด่วนศูนย์รับแจ้งเหตุยาเสพติด 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง โดยยืนยันว่าจะเก็บข้อมูลของผู้แจ้งไว้เป็นความลับอย่างเคร่งครัด.








