หนีไม่รอด! ตำรวจใช้โดรนล่าตัวพี่ชายโหด ฟาดน้องเสียชีวิต รับโมโหถูกขโมยของซ้ำซาก
จากกรณีทีนายวีระชาติ ภูมิแสนโคตร อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 271 ม.2 บ.สระกุด ต.ม่วงหวาน อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ใช้เหล็กเส้นยาว 1 เมตรฟาดศีรษะ นายวสันต์ ราชภัฏ อายุ 35 ปี น้องชาย เสียชีวิตนอนจมกองเลือดบริเวณข้างบ้านแล้วหลบหนีไป ตามข่าวที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าในเรื่องนี้เมือเวลา 13.30 น.วันที 20 มิ.ย.2569 พ.ต.อ.ชุมพล บัวชุม ผกก.สภ.น้ำพอง เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้แล้ว ภายในไร่อ้อยพื้นที่บ้านโคกสูง อ.อุบลรัตน์ ที่ห่างไปประมาณ 5 กม. หลังเจ้าหน้าที่นำโดรนจับความร้อนขึ้นบินตรวจสอบกระทั่งพบแอบหลบซุ่มอยู่ในป่าอ้อย จึงนำกำลังเข้าจับกุมตามยุทธวิธี พร้อมของกลาง เหล็กเส้นยาว 1 เมตร
"จากการสอบสวนนายวีระชาติ ให้การว่า มีปากเสียงทะเลาะกันเนื่องจากคนตายมักจะมาขโมยของบ่อยๆ หลังจากออกจากคุกคดีลักทรัพย์มาไม่นาน ก็ชอบหยิบจับเอาเล็กเอาน้อยไป วันเกิดเหตุผู้ตามมาที่บ้าน จึงได้ทะเลาะและมีการต่อสู้กัน ก่อนจะคว้าท่อนเหล็กที่อยู่บริเวณนั้นได้ ตีสุ่มไป 1 ครั้ง แล้วเห็นคนตายล้มลงกับพื้น จึงหยุดไม่ได้กระทำต่อ แล้วหลบหนีออกจากที่เกิดเหตุตั้งใจว่าจะหลบหนีไปหาพี่สาว"
ผกก.สภ.น้ำพอง กล่าวต่อว่า ภายหลังสอบสวนเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหา ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เสียชีวิตและ นำตัวส่งฟ้องศาลจ.ขอนแก่นเรียบร้อยแล้ว
ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวลงพื้นที่พบกับนางจำเนียร ภูมิแสนโคตร อายุ 72 ปี แม่ของผู้ก่อเหตุ และเป็นป้าของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ขณะทีนายวีระชาติ ผู้ก่อเหตุ กำลังนอนอยู่เปลผูกที่ผูกเอาไว้นอนประจำข้างที่พัก พอนายวสันต์มาถึงก็เกิดมีปากเสียงกับนายวีระชาติทันที เพราะนายวีระชาติตั้งแง่ไว้อยู่แล้วว่าน้องชายจะมาขโมยของแน่ๆ เพราะที่ผ่านมาทั้งคู่มักมีปากเสียงทะเบาะกันเรื่องนี้ตลอด ซึ่งลูกชายขู่หลายครั้งถ้ามาขโมยของจะไม่เอาไว้ ไม่คาดคิดว่าจะเกิดก็เกิดขึ้นจริงๆ
"เลี้ยงทั้งสองคนเป็นลูก เลี้ยงให้เป็นพี่เป็นน้องกัน พอเรื่องเกิดขึ้นแล้วก็ว่ากันไป เพราะคนหนึ่งก็ลูกชาย อีกคนก็หลานที่เลี้ยงและรักเหมือนลูก ใครทำอะไรก็ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ต้องเกิดขึ้น ส่วนตนเองก็ต้องวิ่งดำเนินการทั้งเรื่องหลานตาย และเรื่องคดีของลูกชาย"
ภูมิภาค48








