สมาคมเพื่อนชุมชน ร่วมกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ลงนาม MOU เดินหน้า “ธรรมศาสตร์โมเดล รุ่น 11” พัฒนาวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่มาบตาพุด จ.ระยอง เสริมศักยภาพเศรษฐกิจฐานรากผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การตลาด และมาตรฐานสินค้า เพื่อความยั่งยืนของชุมชน
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 19 มิ.ย.69 ที่ห้องประชุมสร้อยเพชร โรงแรมโกลเด้น ซิตี้ จ.ระยอง สมาคมเพื่อนชุมชน ร่วมกับคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) และพิธีส่งมอบโครงการ “สมาคมเพื่อนชุมชน-ธรรมศาสตร์โมเดล รุ่นที่ 11/2569” เพื่อพัฒนาศักยภาพวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่มาบตาพุดคอมเพล็กซ์ พร้อมยกระดับเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างยั่งยืน
ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายกัฬขัย เทพวรชัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นางจุไรศรี ไชยศรี ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ดร.พิเชษฐ์ ตั้งปัญญารัช นายกสมาคมเพื่อนชุมชน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพธนิษฐ์ โชติสาร รองคณบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์และการดิจิทัล คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตลอดจนผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน กลุ่มวิสาหกิจชุมชน คณาจารย์ นักศึกษา และสื่อมวลชน เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
นายอนุลักษณ์ ถนอมสิทธิกุล ผู้จัดการสมาคมเพื่อนชุมชน กล่าวว่า สมาคมเพื่อนชุมชนเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ที่เกิดจากความร่วมมือของผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่มาบตาพุดคอมเพล็กซ์ อาทิ กลุ่ม ปตท. เอสซีจี โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย และกลุ่มจีพีเอสซี รวมถึงบริษัทสมาชิกสมทบอีก 10 บริษัท โดยมีเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชน เพื่อให้อุตสาหกรรมและชุมชนสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสมดุลและยั่งยืน
ทั้งนี้ โครงการ “สมาคมเพื่อนชุมชน-ธรรมศาสตร์โมเดล” ดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2559 โดยบูรณาการความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นำนักศึกษาและคณาจารย์ลงพื้นที่ช่วยพัฒนาวิสาหกิจชุมชนในหลายมิติ ทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การออกแบบฉลากและบรรจุภัณฑ์ การวิเคราะห์ต้นทุน การกำหนดราคาสินค้า การส่งเสริมช่องทางการตลาด ตลอดจนการเตรียมความพร้อมเข้าสู่มาตรฐานรับรองคุณภาพสินค้าในระดับต่างๆ
สำหรับโครงการ “ธรรมศาสตร์โมเดล รุ่นที่ 11” ประจำปี 2569 มีวิสาหกิจชุมชนเข้าร่วมพัฒนา จำนวน 7 กลุ่ม ได้แก่ วิสาหกิจชุมชนคนเนินพระ วิสาหกิจชุมชนรักษ์ทับมาร่วมใจ วิสาหกิจชุมชนก้าวใหม่ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้สูงอายุบ้านฉาง วิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์หอมมะหาด วิสาหกิจชุมชนเกษตรผสมสานหนองหวายโสม และวิสาหกิจกะปิชุมชนสำนักกะบาก
นายอนุลักษณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตลอดระยะเวลาการดำเนินโครงการตั้งแต่รุ่นที่ 1 ถึงรุ่นที่ 11 สามารถพัฒนาวิสาหกิจชุมชนได้แล้วรวม 77 กลุ่ม เกิดเป็นเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน ซึ่งมีส่วนสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานราก และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ ภายใต้เจตนารมณ์ “บ้านเราน่าอยู่ สังคมยั่งยืน” ต่อไป








