วันที่ 17 มิ.ย.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกโซเชียลมีเดียและเพจต่างๆทั่วทั้ง จ.ขอนแก่น ได้เผยแพร่ภาพจากผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “แจ๋ม จิติมา พรพา”ซึ่งได้ โพสต์คลิปวิดีโอความยาวประมาณ 5 นาที ซึ่งเจ้าตัวและชาวคณะได้พูดคุยกับเด็กชายนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 รายหนึ่ง ที่มาอาศัยนอนอยู่ภายในศาลาประชาคมของหมู่บ้าน ที่ บ.เสือเฒ่า ต.ป่าปอ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น พร้อมถ่ายภาพให้เห็นบริเวณที่นอน ซึ่งปูอยู่ด้านในศาลา มีหมอน ผ้าห่ม มุ้งกางกันยุง รวมถึงเสื้อผ้า รองเท้านักเรียน และรองเท้าแตะอย่างละ 1 คู่ วางอยู่บริเวณนอกมุ้ง พร้อมข้อคงามระบุว่า“ชีวิตเด็ก ป.5 สู้ทนตามลำพังคนเดียว ตะเหลือโตนแท้พี่น้อง ลูกกำพร้าพ่อแม่ยังเบิด บ่มีที่อยู่ต้องมาอาศัยนอนที่ศาลากลางบ้านเพื่อหลบแดดหลบฝน #น้องปลั๊กไฟ #น้องถูกทิ้ง #น่าสงสาร #ที่บ้านเสื่อเฒ่า #อำเภอบ้านไผ่”
ในเวลาต่อมาผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังศาลาประชาคมของหมู่บ้าน บ.เสือเฒ่า ต.ป่าปอ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น โดยได้พบกับพันจ่าเอกวิระชัย จวนสาง ปลัดอำเภอบ้านไผ่ (ฝ่ายความมั่นคง) พร้อมด้วยนายเภา จำศักดิ์ กำนันตำบลป่าปอ และเจ้าหน้าที่จาก อบต.ป่าปอองค์การบริหารส่วนตำบลป่าปอ เจ้าหน้าที่จากโรงเรียนบ้านห้วยเสือเฒ่า และบิดาของเด็กชาย ซึ่งไม่สะดวกให้ข้อมูล กำลังหารือร่วมกันถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
นายเภา จำศักดิ์ กำนันตำบลป่าปอ เปิดเผยว่า เดิมบิดาและมารดาของเด็กมีอาชีพรับเหมาก่อสร้าง โดยบิดาเป็นชาว จ.อุบลราชธานี ส่วนมารดาเป็นชาว สปป.ลาว โดยได้พาบุตร 2 คน เข้ามาทำงานรับเหมาก่อสร้างในพื้นที่ตำบลป่าปอ เมื่อประมาณ 3-4 ปีที่ผ่านมา หลังจากทำงานอยู่ในพื้นที่ คาดว่าครอบครัวมีปัญหาจากเรื่องอบายมุข จนถึงขั้นบิดาและมารดาแยกทางกัน โดยมารดาพาบุตรคนเล็กไปอยู่ด้วย ส่วนบุตรคนโตยังอยู่กับบิดา โดยบิดาอาจยังไม่สามารถเลิกยุ่งเกี่ยวกับอบายมุขได้ ทำให้เริ่มขายทรัพย์สิน รวมถึงบ้านที่อยู่อาศัยก็ถูกรื้อขาย จนไม่มีที่อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่ง
"บิดาอาศัยนอนตามกระท่อมนาของชาวบ้าน และช่วงเช้าจะออกไปรับจ้างรายวัน ซึ่งในช่วงแรกเด็กชายไปอาศัยนอนบ้านเพื่อนสนิท ก่อนที่ช่วงหลังจะมานอนอยู่บริเวณด้านนอกของศาลาประชาคม ซึ่งในระยะแรกบิดาก็มานอนอยู่ด้วย จนกระทั่งเข้าสู่ช่วงหน้าฝน จึงให้เด็กเข้ามานอนภายในศาลา พร้อมจัดหาที่นอนและมุ้งให้เพื่อป้องกันยุง ส่วนเรื่องอาหารการกิน เด็กชายอยู่กินกับครอบครัวของตน และได้ให้เงินไปโรงเรียนวันละ 20-30 บาท แล้วแต่วัน"
นายเภา กล่าวต่อว่ามีชาวบ้านที่ผ่านไปมาและทราบเรื่องก็มีน้ำใจช่วยเหลือกันอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้ปล่อยให้เด็กอยู่ตามลำพังโดยไร้การดูแลตามที่หลายคนเข้าใจ ซึ่งตนเคยเสนอให้บิดาพาเด็กไปอยู่ที่บ้านสวนของตนเอง แต่ทั้งคู่ไม่ไป นอกจากนี้ยังเคยประสานญาติที่อุบลราชธานีให้มารับตัวเด็ก แต่ทางญาติแจ้งว่ายังไม่มีเงินเดินทาง จนมีการพูดคุยกันว่าจะช่วยออกค่าเดินทางให้ ตั้งแต่พ่อพาเด็กมาอยู่ ก็ดูแลโดยตลอด ตอนเย็นพอเด็กเข้านอนก็จะมาปิดประตูศาลาให้ เช้ามาก็มาปลุกให้ลุกจากที่นอนไปโรงเรียน ช่วงหลังบางทีพ่อเองก็ไม่ได้มานอนกับลูก อาจด้วยความเกรงใจหรืออย่างไรไม่ทราบ จึงมีเพียงเด็กนอนอยู่คนเดียว
"เมื่อวานนี้มีกลุ่มคณะนักดนตรีมาทำการแสดงล้อมผ้าขายบัตร และได้มาพักอาศัยที่ศาลาเอนกประสงค์เช่นกัน เมื่อพบว่าเด็กอยู่เพียงลำพัง จึงปลุกเด็กขึ้นมาพูดคุย แต่ด้วยความเป็นเด็ก คำตอบบางช่วงอาจดูค่อนข้างรุนแรง และอาจทำให้สังคมเข้าใจเรื่องราวคลาดเคลื่อนไปจากข้อเท็จจริง จึงได้พูดคุยกับบิดาของเด็ก รวมถึงมารดาที่ยังสามารถติดต่อได้ เกี่ยวกับการนำเด็กเข้าสู่สถานดูแล ซึ่งทั้งบิดาและมารดายินยอมให้เด็กไปอยู่ในความดูแลของสถานที่ดังกล่าว เนื่องจากทั้งสองยังไม่สามารถดูแลบุตรได้ ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนที่เทศบาลช่วยประสานงานกับส่วนงานที่เกี่ยวข้อง"
ขณะที่ พันจ่าเอกวิระชัย จวนสาง ปลัด อำเภอบ้านไผ่ กล่าวว่า หลังจากเรื่องดังกล่าวปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์ นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผวจ.ขอนแก่น พร้อมด้วยนายเสกสม ลินดาพรประเสริฐ นายอำเภอบ้านไผ่ ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้สั่งการให้ตนลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงทันที
"ที่ผ่านมาเด็กชายได้รับการดูแลจากกำนันและชาวบ้านห้วยเสือเฒ่า ทั้งเรื่องที่อยู่อาศัย อาหารการกิน และการไปโรงเรียน พร้อมทั้งได้ประสานเทศบาลให้รับผิดชอบและประสานงานช่วยเหลือตั้งแต่เกิดเรื่องเมื่อประมาณ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยกำนันและเทศบาลได้แจ้งเรื่องให้อำเภอทราบตั้งแต่แรกแล้วเบื้องต้นมีการประสานสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดขอนแก่น เข้ามาให้ความช่วยเหลือและดูแล โดยอยู่ระหว่างการติดตามบิดาและมารดามาให้ความยินยอม ซึ่งขณะนี้สามารถติดต่อได้แล้วทั้งบิดาและมารดา และจากการหารือร่วมกันผ่านการประสานของสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดขอนแก่น บิดาและมารดายินยอมให้นำตัวเด็กชายไปพักอยู่ที่มูลนิธิช่วยเหลือเด็ก บ้านลูกรัก เป็นการชั่วคราว"
พันจ่าเอกวิระชัย กล่าวต่อว่า หากในอนาคตบิดามีความพร้อมที่จะเลี้ยงดูเด็กได้ด้วยตนเอง จึงจะรับเด็กกลับมาดูแลต่อไป โดยองค์การบริหารส่วนตำบลป่าปอ กำนันตำบลป่าปอ พร้อมบิดาและมารดา จะร่วมกันนำเด็กชายไปส่งที่ มูลนิธิช่วยเหลือเด็ก บ้านลูกรัก อย่างไรก็ตามขอฝากทำความเข้าใจต่อประชาชนทั่วไปว่า เหตุการณ์ที่ปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์เกิดจากความหวังดีของกลุ่มนักแสดงหมอลำ ที่มาพบเด็กนอนอยู่คนเดียว จึงได้ถ่ายคลิปและเรียกเด็กมาสอบถาม แต่ด้วยความเป็นเด็ก อาจให้ข้อมูลไม่ครอบคลุมทั้งหมด ทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน
“ขอยืนยันว่า จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้ทอดทิ้งเด็กชายรายนี้ แต่ได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเพื่อแก้ไขปัญหาตั้งแต่ต้น และขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการดำเนินการ เพื่อให้เกิดผลดีที่สุดกับทุกฝ่าย อย่างไรก็ตามสำหรับประชาชนที่ต้องการช่วยเหลือเด็กชายรายนี้ หน่วยงานในพื้นที่ฝากแจ้งให้ติดต่อผ่านเทศบาลตำบลป่าปอโดยตรง เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าสู่ระบบอย่างถูกต้อง และป้องกันกลุ่มมิจฉาชีพที่อาจแอบอ้างนำเรื่องดังกล่าวไปเปิดรับบริจาคหรือแสวงหาผลประโยชน์ด้วย"








