หากย้อนเวลากลับไปในช่วงวันที่ 19-23 มกราคม พ.ศ. 2554 หนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์และภาพความทรงจำอันล้ำค่าของข้าราชการและประชาชนชาวจังหวัดสตูล คือการเสด็จพระดำเนินมาทรงปฏิบัติพระกรณียกิจในพื้นที่เกาะหลีเป๊ะ และเกาะตะรุเตา ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา (พระอิสริยยศในขณะนั้น: พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา) ในโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการการสร้างเครือข่ายในพระดำริฯ เพื่อส่งเสริมความรู้ด้านกฎหมาย สิทธิขั้นพื้นฐาน และยกระดับความเป็นอยู่ของกลุ่มผู้ประกอบการและชาวบ้านในท้องถิ่น
นายเทพสันติ แดงฤทธิ์ นายช่างไฟฟ้าชำนาญงาน สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล ช่างภาพผู้มีโอกาสถวายงานบันทึกภาพประวัติศาสตร์ในครั้งนั้น ถ่ายทอดความรู้สึกและภาพจำอันแจ่มชัดในใจด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความซาบซึ้งและเทิดทูนว่า
"ตอนนั้นได้รับการประสานงานล่วงหน้าจากหัวหน้าสำราญ วิจิตรพันธ์ ประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล เพียงไม่กี่วันว่าจะต้องไปปฏิบัติหน้าที่สำคัญ ยอมรับว่าตื่นเต้นมาก แม้จะเคยมีโอกาสถ่ายภาพพระบรมวงศานุวงศ์หลายพระองค์ตอนปฏิบัติงานที่นราธิวาส แต่ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในพื้นที่สตูลที่ได้ถวายงานพระองค์ท่านอย่างใกล้ชิด"
ภาพแรกที่ประทับอยู่ในใจของช่างภาพและผู้มาเฝ้าฯ รับเสด็จ คือความเกรงและประหม่าของชาวบ้านและผู้ประกอบการ ทว่า ทันทีที่เฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งลงจอดที่เกาะหลีเป๊ะ บรรยากาศเหล่านั้นกลับมลายหายไปด้วยพระจริยวัตรอันงดงามและเป็นกันเองอย่างที่สุด
"พระองค์ท่านไม่ถือพระองค์เลย ทรงเข้ากับคนทุกเพศทุกวัยได้อย่างดีเยี่ยม ทั้งผู้ใหญ่ เด็ก ๆ ชาวบ้าน และผู้ประกอบการ ทรงใช้พระสุรเสียงและพระวาจาที่เข้าใจง่ายในการปฏิสันถาร ทรงซักถามถึงความเป็นอยู่ สิทธิ และข้อกฎหมายต่าง ๆ ของชาวเกาะด้วยความห่วงใย จากที่ทุกคนเกร็งในตอนแรก ก็กลับกลายเป็นความผ่อนคลายและปลาบปลื้มใจ" นายเทพสันติ กล่าว
นอกจากพื้นที่เกาะหลีเป๊ะแล้ว พระองค์ยังได้เสด็จพระดำเนินไปยังอุทยานแห่งชาติตะรุเตา และทรงปลูกต้นจิกทะเลไว้เป็นที่ระลึก คุณเทพสันติเล่าว่า พระองค์ทรงสนพระทัยในประวัติศาสตร์อันยาวนานของเกาะตะรุเตาเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะบริเวณเรือนจำประวัติศาสตร์ หรือ "คุกตะรุเตา"
"พระองค์ทรงประทับอยู่ ณ จุดนั้นเป็นเวลานาน ทรงซักถามเจ้าหน้าที่อุทยานอย่างละเอียดถึงความเป็นอยู่ของนักโทษในอดีต รวมถึงเส้นทางประวัติศาสตร์ แม้ว่าเส้นทางเสด็จพระดำเนินในวันนั้นจะขรุขระและมีระยะทางไกลเป็นกิโลเมตร แต่พระองค์ก็ทรงมีความอดทนและทรงพระดำเนินด้วยพระบาทตลอดเส้นทางอย่างไม่ย่อท้อ ยิ่งไปกว่านั้น พระองค์ยังทรงมีพระดำริเปรยกับเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องว่า ควรจะปรับปรุงและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์แห่งนี้ให้ดีขึ้น เพราะเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญต่อประเทศชาติมาก ซึ่งทางจังหวัดและผู้เกี่ยวข้องก็ได้นำมาสานต่อจนถึงปัจจุบัน"
เมื่อมองย้อนกลับไปถึงพระปรีชาสามารถของพระองค์ คุณเทพสันติกล่าวด้วยความอาลัยและเทิดทูนในพระมหากรุณาธิคุณอย่างที่สุดว่า พระองค์ทรงเป็นเจ้าฟ้าหญิงที่มีพระปรีชาสามารถรอบด้าน ทั้งด้านการต่างประเทศ การปกครอง และกฎหมาย หากในปัจจุบันพระองค์ยังทรงมีพระพลานามัยที่สมบูรณ์ จะทรงเป็นกำลังสำคัญในการแบ่งเบาพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ได้อย่างมากมายมหาศาล
ทุกวันนี้ แม้เวลาจะผ่านพ้นไปนานนับสิบปี แต่ภาพความทรงจำในครั้งนั้นยังคงสถิตอยู่ในใจของช่างภาพประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูลคนนี้อย่างไม่มีวันลืมเลือน
"ทุกวันนี้เวลาที่ผมมีโอกาสได้ไปเกาะหลีเป๊ะ หรือตะรุเตา ภาพความทรงจำเหล่านั้นจะผุดขึ้นมาในหัวเสมอ... จุดนี้พระองค์เคยเสด็จพระดำเนินชมหาดทราย จุดนี้เคยทรงดำน้ำทอดพระเนตรปะการังที่เกาะหินงาม ทุกภาพยังคงชัดเจนและเป็นความประทับใจอันสูงสุดในชีวิตการทำงานของผมครับ" นายเทพสันติ กล่าวทิ้งท้ายด้วยความซาบซึ้ง








