วันที่ 16 มิถุนายน 2569 บริเวณทางแยกประโดก อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายโชค ภู่ถนนนอก นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) หมื่นไวย อ.เมือง พร้อมนายประพจน์ ธรรมประทีป อดีตสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) นครราชสีมา ในฐานะผู้ประสานงานผู้นำชุมชน 24 ตำบล เขต อ.เมือง และภาคประชาชนเดินทางมาเยี่ยมชมห้องควบคุม (Control Room) โดยมีนายอาทิตย์ อินทรา วิศวกรโยธาชำนาญการ สำนักก่อสร้างสะพาน กรมทางหลวง ในฐานะผู้ช่วยนายช่างโครงการก่อสร้างทางลอดแยกประโดก ชี้แจงการทำงานระบบควบคุมการสูบน้ำในอุโมงค์ทางลอด จากนั้นได้หารือกับนายโชค นายก อบต.หมื่นไวย กรณีขุดลอกคลองน้ำริมทางลอด เพื่อให้มวลน้ำที่ถูกระบายออกจากอุโมงค์ไหลสะดวกยิ่งขึ้นรวมทั้งปรับภูมิทัศน์ให้สวยงาน ซึ่งต้องขออนุญาตใช้และการจัดหาประโยชน์เกี่ยวกับที่ราชพัสดุในความครอบครองของกรมชลประทาน รวมทั้งขอสนับสนุนเครื่องจักรกลของ อบจ.นครราชสีมา ที่มีความพร้อมและศักยภาพทำงาน เพื่อประโยชน์ท้องถิ่น
นายอาทิตย์ เปิดเผยว่า สาเหตุที่ต้องปิดทางลอดแยกประโดก ช่วงเย็นวันที่ 11 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยไม่ได้ประชาสัมพันธ์ล่วงหน้า ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างทดลองระบบและยังไม่ส่งมอบโครงการเป็นทางการ โดยเปิดให้ใช้งานชั่วคราว จึงอาจมีปัญหาอุปสรรคบางอย่าง ช่วงเวลาดังกล่าวมีฝนตกค่อนข้างหนัก ทำให้มีมวลน้ำฝนไหลท่วมพื้นผิวทางความสูงประมาณ 5 เซนติเมตร เกรงความไม่ปลอดภัย จึงปิดใช้งานอุโมงค์ทางลอด ส่งผลให้สภาพจราจรบน ทล.2 ถ.มิตรภาพ และเส้นทางโดยรอบติดขัดสะสมท้ายแถวสลับหยุดนิ่งยาวหลายกิโลเมตร ความคืบหน้าอยู่ระหว่างการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เชื่อมไฟฟ้าแรงสูงเข้าสู่ระบบปฏิบัติการ ซึ่งเป็นเครื่องสูบน้ำจำนวน 4 เครื่อง ตัวที่ 1 อัตราการไหล 88.9 ลิตรต่อวินาที และตัวที่ 2–4 อัตราการไหลเครื่องละ 457 ลิตรต่อวินาที จากการทดสอบเดินเครื่องสูบน้ำที่ติดตั้งเสร็จ สามารถระบายน้ำได้เต็มศักยภาพ คาดทั้ง 4 เครื่อง เป็นระบบทำงานอัตโนมัติตามระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น เพื่อรองรับแผนงานแก้ไขปัญหาน้ำท่วมได้เต็มรูปแบบ คาดระบบทั้งหมดแล้วเสร็จช่วงสัปดาห์หน้า
ส่วนการทดลอง ถ.มิตรภาพ ไร้ไฟแดง โดยนำแผงกั้นจราจรหรือแบริเออร์ปิดจุดกลับรถ 3 จุด ประกอบด้วย 1.ทางแยกโรงพยาบาลกรุงเทพ นครราชสีมา 2.ทางแยกปั๊มน้ำมัน ปตท.สำโรงจันทร์ และ 3.ทางแยกสถานีขนส่งผู้โดยสารนครราชสีมา แห่งที่ 2 หรือ บขส.ใหม่ เพื่อรองรับปริมาณรถจากอุโมงค์ทางลอดแยกประโดกและแยกนครราชสีมา ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาจราจรคอขวด ลดอุบัติเหตุและรับการเติบโตทางเศรษฐกิจ แม้นอุโมงค์ทางลอดทั้ง 2 แห่ง สามารถช่วยให้จราจรคล่องตัว ไม่มีรถติดสะสมและลดระยะเวลาเดินทาง แต่ส่งผลกระทบการเดินทางอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะสถานประกอบการและกลุ่มที่มีบ้านพัก ที่ทำกินในพื้นที่ด้านทิศเหนือของ ถ.มิตรภาพ ต้องเพิ่มระยะทางในการเดินทางและการเดินข้ามถนน เนื่องจากผู้ใช้รถใช้ถนนส่วนใหญ่คุ้นชินในการสัญจร
เจ้าหน้าที่ได้เปิดให้ใช้ทางแยก รพ.กรุงเทพ และ บขส.ใหม่ ส่วนทางแยกปั๊มน้ำมัน ปตท.สำโรงจันทร์ ยังคงปิดเหมือนเดิม ผู้ประกอบการและชาวบ้านได้นำป้ายไวนิลมาปิดบนเสาไฟฟ้า ระบุข้อความ “ท่านปิดสัญญาณไฟ ชาวบ้านเดือดร้อนมาก ขอให้เปิดสัญญาณไฟจุดนี้ด่วนที่สุด ก่อนที่ชาวบ้านจะรวมตัวกันลงถนนต่อไป” ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมรายชื่อ เพื่อยื่นให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการพิจารณาตามความเหมาะสม
ทั้งนี้การแก้ปัญหาจราจรคับคั่ง บนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข (ทล.) 2 ถนนมิตรภาพ ช่วงผ่านตัวเมืองโคราช บริเวณทางแยกนครราชสีมา (บิ๊กซี) และทางแยกประโดก (พีกาซัส) เฉลี่ยต่อวันมีปริมาณรถแล่นผ่านกว่า 8 หมื่นคัน ส่งผลกระทบต่อการเดินทางและมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยครั้ง เป็นเวลากว่า 15 ปี กรมทางหลวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำเสนอโครงการบริเวณจุดตัด ทล. 2 กับถนนช้างเผือก (แยกประโดก) และบริเวณ ทล.2 กับ ทล.224 ถ.ราชสีมา-โชคชัย (แยกนครราชสีมา) แต่มีการคัดค้าน ทำให้ต้องชะลอโครงการ ต่อมา ครม.อนุมัติงบประมาณ 849 ล้านบาท ให้ดำเนินก่อสร้าง โครงการทางลอดแยกประโดก รองรับการจราจรขาเข้า-ออก ตัวเมืองนครราชสีมา 6 ช่องจราจร ระยะทาง 1,750 กม. งบประมาณ 849 ล้านบาท และ ทางลอดแยกนครราชสีมา รองรับการจราจรจาก จ.ขอนแก่น เลี้ยวขวาไป จ.สระบุรี 2 ช่องจราจร รวมระยะทาง 1,181 กม. เริ่มต้นบริเวณหน้าศูนย์เพาะชำเทศบาลนครนครราชสีมา ถึงหน้าสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงพีที งบประมาณ 373 ล้านบาท ล่าสุดทั้ง 2 โครงการ มีความก้าวหน้า 98 % อยู่ระหว่างทดลองระบบและได้เปิดใช้งานชั่วคราว เมื่อวันที่ 3 มิ.ย ที่ผ่านมา








