ผู้ว่าฯ สั่ง ศรชล.-ตำรวจน้ำ เร่งช่วยตามหลักมนุษยธรรม หลังชาวประมงพบกลุ่มบุคคลลอยคอใกล้เกาะอาดัง ย้ำสตูลเป็นแค่ทางผ่าน คลื่นลมแรงอาจทำหลบเข้าฝั่ง กำชับเข้มห้ามตั้งที่พักพิงเด็ดขาด
วันที่ 15 มิ.ย.69 ความคืบหน้ากรณีชาวประมงพื้นบ้านพบกลุ่มบุคคลปริศนาลอยคอกลางทะเลอันดามัน ล่าสุด ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล สั่งระดมเรือตรวจการณ์เข้าช่วยเหลือด่วน พร้อมยอมรับเป็นช่วงเฝ้าระวังกลุ่มอพยพย้ายถิ่นฐาน. ย้ำชาวประมงพบเห็นแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที ไม่ต้องกลัวความผิด
จากกรณีที่ชาวประมงจังหวัดสตูลบันทึกคลิปวิดีโอเหตุการณ์กลุ่มบุคคลประมาณ 1-5 คน ลอยคออยู่กลางทะเลใกล้กับเกาะอาดัง ในเขตอุทยานแห่งชาติตะรุเตา สภาพอิดโรยและพยายามส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ โดยมีรายงานเพิ่มเติมว่าพบเรือต่างชาติ (คาดว่าเป็นสัญชาติอินโดนีเซีย) ประสบเหตุขัดข้องอยู่ใกล้เคียง ซึ่งสร้างความตื่นตกใจและเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าอาจเป็นกลุ่มชาวโรฮินจานั้น
ล่าสุด นายคณิต คงช่วย ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าในเรื่องนี้ว่า เบื้องต้นได้รับรายงานว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวประสบเหตุจมน้ำและพยายามว่ายเข้ามาขอความช่วยเหลือจากเรือประมงไทย แต่ในขณะนั้นเรือประมงยังไม่กล้ารับขึ้นเรือเนื่องจากไม่ทราบสถานการณ์ที่แน่ชัด
"ขณะนี้ผมได้สั่งการด่วนให้ ศรชล.จังหวัดสตูล นำเรือตรวจการณ์ประสานร่วมกับเรือของศุลกากร และเรือของตำรวจน้ำ เร่งเดินทางเข้าไปให้การช่วยเหลือแล้ว แม้ในพื้นที่จะมีอุปสรรคเรื่องคลื่นลมแรง แต่กำชับให้คำนึงถึงความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่และผู้ประสบภัยเป็นสำคัญ หากเกินกำลังพิกัดพื้นที่ ให้ประสานไปยังทัพเรือภาคที่ 3 ภูเก็ต เพื่อสนับสนุนการทำงานทันที" ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล กล่าว
ต่อข้อซักถามที่ว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวเป็นชาวโรฮินจาหรือไม่ นายคณิต ระบุว่า ปัจจุบันยังไม่มีรายงานยืนยันสถานะและสัญชาติที่ชัดเจนว่าเป็นกลุ่มไหน แต่อย่างไรก็ตามในนามของจังหวัดสตูล ยืนยันว่าจะให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มความสามารถตามหลักสิทธิมนุษยชน
"ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มไหน เราต้องช่วยดูแลชีวิตของเขาก่อนตามหลักสิทธิมนุษยชนสากล ส่วนการตรวจสอบสัญชาติและที่มาหลังจากนี้ เป็นหน้าที่ของทางตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ที่จะดำเนินการตามระเบียบกฎหมายอย่างเคร่งครัด"
ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล กล่าวเพิ่มเติมด้านการข่าวว่า ในช่วงนี้เป็นฤดูกาลที่กลุ่มผู้อพยพมักจะใช้เส้นทางทะเลในการเดินทางเพื่อไปยังประเทศที่สาม โดยจังหวัดสตูลไม่ใช่จังหวัดเป้าหมายหลัก แต่เป็นเพียง "ทางผ่าน" เท่านั้น แต่เนื่องจากระยะนี้ทะเลมีคลื่นลมแรง กลุ่มผู้อพยพอาจเปลี่ยนเส้นทางเดินเรือเพื่อเข้ามาหลบคลื่นลมตามเกาะแก่งต่าง ๆ
"ผมได้กำชับหน่วยงานความมั่นคงทุกภาคส่วนให้สอดส่องดูแลอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะตามเกาะต่าง ๆ เช่น เกาะตะรุเตา หรือเกาะใหญ่ ย้ำชัดเจนว่า เราจะไม่ยอมให้ใช้พื้นที่เกาะในจังหวัดสตูลเป็นที่พักพิงเด็ดขาด หากเข้ามาต้องเข้าสู่กระบวนการผลักดันตามกฎหมายต่อไป"
ส่วนกรณีที่พี่น้องชาวประมงไม่กล้าเข้าไปช่วยเหลือเนื่องจากเกรงจะมีความผิดทางกฎหมายฐานให้ที่พักพิงคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูลได้กล่าวชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจว่า
"อยากฝากถึงพี่น้องชาวประมงว่าไม่ต้องหวาดกลัวความผิด ชีวิตคนเป็นสิ่งสำคัญ หากไปเจอเหตุการณ์ลักษณะนี้ ขอให้ช่วยดูแลตามหลักมนุษยธรรมเบื้องต้นเท่าที่ทำได้ และที่สำคัญคือ ให้รีบแจ้งหน่วยงานราชการทันที ไม่ว่าจะเป็น ตม., ศรชล. หรือตำรวจน้ำ ซึ่งเจ้าหน้าที่พร้อมออกปฏิบัติการตระเวนตรวจสอบตลอด 24 ชั่วโมงอยู่แล้ว"
ทั้งนี้ หากมีความคืบหน้าเกี่ยวกับการเข้าช่วยเหลือ การพิสูจน์สัญชาติ รวมถึงจำนวนยอดผู้ประสบภัยที่แน่ชัด ทางจังหวัดสตูลจะแถลงความคืบหน้าให้ทราบต่อไป








