วันที่ 15 มิถุนายน 2569 เวลา 08.00 น. พ.ต.อ.ศิริชัย ธาราธาร ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรปากน้ำประแส จังหวัดระยอง รับแจ้งจากชาวประมงที่ออกเรือหาปลาในทะเลบริเวณหัวหิน–เกาะลอย ตำบลพังราด อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ว่าพบศพลอยอยู่กลางทะเล จึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่กู้ภัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ
หลังรับแจ้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากน้ำประแส เจ้าหน้าที่กู้ภัยพุทธศาสตร์สงเคราะห์ กู้ภัยสว่างพรกุศลระยอง รวมถึงเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้นำเรือออกตรวจสอบจุดที่ได้รับแจ้ง ก่อนทำการกู้ร่างขึ้นฝั่งเพื่อตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าเป็นนายจิรายุทธ หรือ “พี” อายุ 25 ปี ผู้สูญหายจากเหตุการณ์กระโดดสะพานประแสสิน เมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่ 14 มิถุนายนที่ผ่านมา
การพบร่างในครั้งนี้ถือเป็นการปิดฉากภารกิจค้นหาที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องตลอดกว่า 2 วัน หลังเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานร่วมกันระดมกำลังค้นหาทั้งทางบก ทางน้ำ และทางทะเล โดยใช้ทั้งเรือกู้ภัย เรือประมงในพื้นที่ รวมถึงการสำรวจตามแนวปากแม่น้ำประแสและพื้นที่ชายฝั่งทะเลใกล้เคียง เนื่องจากคาดว่ากระแสน้ำในช่วงน้ำลงอาจพัดร่างออกจากแม่น้ำประแสสู่ทะเล
สืบเนื่องจากก่อนเกิดเหตุ ผู้เสียชีวิตได้ขี่รถจักรยานยนต์มาจอดไว้บริเวณกลางสะพานประแสสิน ก่อนส่งข้อความถึงแฟนสาวเป็นครั้งสุดท้าย ระบุว่า “โทรศัพท์กับกุญแจรถอยู่ใต้เบาะนะ ขอโทษที่ทำแบบนี้” ก่อนขาดการติดต่อไป ทำให้ญาติและคนใกล้ชิดต่างพยายามติดต่อกลับแต่ไม่สามารถติดต่อได้ กระทั่งมีผู้พบรถจักรยานยนต์จอดอยู่บนสะพานและแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ
หลังรับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ได้เปิดปฏิบัติการค้นหาอย่างเร่งด่วน โดยมีทั้งเจ้าหน้าที่กู้ภัย นักประดาน้ำ และอาสาสมัครในพื้นที่ร่วมกันค้นหาตามแนวแม่น้ำประแส รวมถึงบริเวณปากแม่น้ำที่เชื่อมต่อออกสู่ทะเล แต่ด้วยสภาพกระแสน้ำที่ค่อนข้างแรง ทำให้การค้นหาเป็นไปด้วยความยากลำบาก จนกระทั่งเช้าวันนี้มีชาวประมงพบศพลอยอยู่กลางทะเลและแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ
จากการตรวจสอบเบื้องต้น สภาพศพและลักษณะการแต่งกายตรงกับข้อมูลของผู้สูญหาย ญาติที่เดินทางมาดูศพต่างยืนยันว่าเป็นนายจิรายุทธอย่างแน่นอน สร้างความโศกเศร้าเสียใจให้กับครอบครัวและญาติพี่น้องเป็นอย่างมาก หลังเฝ้ารอข่าวดีและหวังว่าจะเกิดปาฏิหาริย์มาตลอดระยะเวลาการค้นหา
นางสุวัลลี ผู้เป็นยายของผู้เสียชีวิต เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ก่อนเกิดเหตุเพียงวันเดียว ทุกคนยังใช้ชีวิตร่วมกันตามปกติ โดยเพิ่งเดินทางไปร่วมงานญาติและนั่งรับประทานอาหารด้วยกัน ผู้เสียชีวิตยังพูดคุย หัวเราะ และหยอกล้อกับคนในครอบครัวตามปกติ พร้อมบอกให้ตนดูแลสุขภาพ ซึ่งตนก็พูดตอบกลับไปในลักษณะเดียวกัน จึงไม่คาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น
“หลานไม่ได้มีท่าทีผิดปกติอะไร ยังหัวเราะ ยังพูดคุยกันดี ไม่คิดเลยว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น วันก่อนยังนั่งกินข้าวด้วยกันอยู่เลย” นางสุวัลลีกล่าวด้วยความเสียใจ
ยายของผู้เสียชีวิตยังระบุอีกว่า โดยปกติหากผู้เสียชีวิตมีปัญหาหรือความเครียด มักจะไปพูดคุยกับเพื่อนหรือคนใกล้ชิดคนอื่นมากกว่า เพราะเกรงว่าตนจะเป็นห่วงหรือเครียดตาม จึงไม่ทราบถึงปัญหาที่ผู้เสียชีวิตกำลังเผชิญอยู่ในช่วงก่อนเกิดเหตุ
ภายหลังการกู้ร่างขึ้นฝั่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้บันทึกภาพและรวบรวมพยานหลักฐานตามขั้นตอน พร้อมประสานแพทย์เวรเข้าตรวจสอบ ก่อนมอบหมายให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำร่างผู้เสียชีวิตส่งชันสูตรอย่างละเอียดที่โรงพยาบาลแกลง เพื่อยืนยันสาเหตุการเสียชีวิตตามกระบวนการทางกฎหมาย
ด้าน พ.ต.อ.ศิริชัย ธาราธาร ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรปากน้ำประแส ได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนดำเนินการรวบรวมข้อมูลและเอกสารที่เกี่ยวข้อง พร้อมอำนวยความสะดวกแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตในการรับศพกลับไปประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลตามประเพณีทางศาสนาต่อไป ท่ามกลางความอาลัยของครอบครัว ญาติพี่น้อง และผู้ที่รู้จักผู้เสียชีวิต








