ตำรวจ สภ.เมืองระยอง คลี่คลายคดีสะเทือนขวัญได้อย่างรวดเร็ว หลังตามแกะรอยจับกุมตัว นายสราวุธ หรือ “สิงห์” อายุ 43 ปี ชาว จ.อุทัยธานี ผู้ต้องหาใช้อาวุธมีดปลายแหลมแทงคอลูกพี่ได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนชิงรถกระบะหลบหนีข้ามจังหวัด โดยนำรถของกลางไปจอดทิ้งไว้ที่ จ.ปราจีนบุรี แล้วหลบหนีต่อ กระทั่งตัดสินใจเข้ามอบตัวกับตำรวจในพื้นที่ จ.นครนายก ขณะที่การตรวจสอบประวัติพบเคยก่อเหตุชิงทรัพย์ในพื้นที่ จ.ระยอง มาแล้วเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา
สืบเนื่องจากเมื่อช่วงสายวันที่ 11 มิถุนายน 2569 เกิดเหตุอุกอาจบริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง พื้นที่บ้านดอน ต.เชิงเนิน อ.เมือง จ.ระยอง โดยนายณรงค์ฤทธิ์ ผู้เสียหาย ซึ่งเป็นลูกพี่ของผู้ก่อเหตุ ถูกนายสราวุธใช้อาวุธมีดปลายแหลมยาวประมาณ 5 นิ้ว แทงเข้าที่บริเวณลำคอจำนวน 2 แผล จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนที่คนร้ายจะชิงรถยนต์กระบะอีซูซุ ดีแมคซ์ 4 ประตู สีดำ ทะเบียน กฉ 2474 หนองบัวลำภู หลบหนีออกจากที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว
ภายหลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.อาทิตย์ ยาแก้ว ผกก.สภ.เมืองระยอง ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุ พร้อมตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดและเส้นทางหลบหนี กระทั่งทราบว่าผู้ก่อเหตุคือ นายสราวุธ หรือ “สิงห์” หนึ่งในลูกน้องแก๊งเงินกู้รายใหญ่ในพื้นที่จังหวัดระยอง
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองปราจีนบุรี ตรวจพบรถยนต์ต้องสงสัยไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จอดทิ้งไว้บริเวณสำนักงานขนส่งจังหวัดปราจีนบุรี ต.โคกไม้ลาย อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี เมื่อเข้าตรวจสอบพบเป็นรถยนต์กระบะอีซูซุ รุ่น D-MAX สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนหน้าและหลัง จึงทำการตรวจยึดไว้ตรวจสอบ
ภายหลังการตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียด พบว่ารถคันดังกล่าวเป็นรถของนายณรงค์ฤทธิ์ ผู้เสียหายที่ถูกคนร้ายใช้อาวุธมีดแทงได้รับบาดเจ็บสาหัสและชิงไปจากพื้นที่ ต.เชิงเนิน อ.เมืองระยอง โดยผู้ต้องหาได้นำรถมาจอดทิ้งไว้ที่จังหวัดปราจีนบุรี เพื่ออำพรางเส้นทางการหลบหนี ก่อนหลบหนีออกจากพื้นที่ต่อไป
พ.ต.อ.อาทิตย์ ยาแก้ว ผกก.สภ.เมืองระยอง เปิดเผยว่า หลังจากเจ้าหน้าที่เร่งกดดันและติดตามตัวอย่างต่อเนื่อง นายสราวุธได้ติดต่อขอเข้ามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่จังหวัดนครนายก ก่อนถูกควบคุมตัวและประสานชุดสืบสวน สภ.เมืองระยอง เข้ารับตัวกลับมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
จากการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมพบว่า นายสราวุธ เคยก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านขายของชำในพื้นที่ ต.ตะพง อ.เมือง จ.ระยอง เมื่อเดือนพฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา และยังมีหมายจับในคดีวิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปอีกด้วย
เบื้องต้นพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหา “ชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส โดยใช้ยานพาหนะในการกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม” และ “พยายามฆ่าผู้อื่นโดยใช้อาวุธมีด” ก่อนควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งสอบสวนขยายผลถึงชนวนเหตุและแรงจูงใจในการก่อเหตุอย่างละเอียดต่อไป
ข่าวภูมิภาค








