ผู้ว่าฯ ร้อยเอ็ด เปิดอบรมผู้นำท้องที่และท้องถิ่น พัฒนาเป็นเครือข่าย ป.ป.ช. ภาคประชาสังคม มุ่งเสริมศักยภาพกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารและสมาชิกสภาท้องถิ่น ร่วมเฝ้าระวังการทุจริต สร้างเครือข่ายต้านโกง และยกระดับความโปร่งใสในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม
วันที่ 11 มิ.ย.69 ณ ห้องประชุมสุวรรณภูมิแกรนด์ โรงแรมวันโอวันแกรนด์ร้อยเอ็ด อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด นายชัชวาลย์ เบญจสิริวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ประธานในพิธีเปิดโครงการฝึกอบรมเพิ่มประสิทธิภาพผู้นำท้องที่ และท้องถิ่น เพื่อพัฒนาเป็นเครือข่าย ป.ป.ช. ภาคประชาสังคมจังหวัดร้อยเอ็ด โดยการดำเนินงาของดร.อุปกรณ์ ดีเสมอ ประธานเครือข่าย ป.ป.ช.ภาคประชาสังคมจังหวัดร้อยเอ็ดและคณะกรรมการฯ อาทิ นายยงพันธ์ พันธ์ดงยาง รองประธานฯ ผศ.ดร.สุรสิทธิ์ ไกรสิน เลขานุกการฯ
การฝึกอบรมในวันนี้ มีผู้เข้าร่วมการฝึกอบรมประกอบด้วยกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารท้องถิ่น และสมาชิกสภาท้องถิ่น ทุกอำเภอ ในจังหวัดร้อยเอ็ด และโดยเฉพาะตำบลขอนแก่น อำเภอเมืองร้อยเอ็ด ให้เกียรติเข้ารับการฝึกอบรม ทั้งผู้บริหารท้องถิ่น สมาชิกสภาท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทุกหมู่บ้าน รวมผู้เข้ารับการฝึกอบรมทั้งสิ้น 235 คน ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุน ป.ป.ช. สำนักงาน ป.ป.ช. จำนวน 488,700 บาท โดยได้รับความอนุเคราะห์วิทยากรผู้เชี่ยวชาญ จากสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดร้อยเอ็ด นักวิชาการ และผู้ทรงคุณวุฒิ มาบรรยายและจัดกิจกรรมกระบวนการกลุ่ม
กิจกรรรมประกอบด้วย การสร้างเครือข่ายผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น เพื่อพัฒนาเป็นเครือข่าย ป.ป.ช.ฯ โดย ดร.อุปกรณ์ ดีเสมอ ประธานเครือข่าย ป.ป.ช.ฯ จ.ร้อยเอ็ดรูปแบบการทุจริตของข้าราชการ/และนักการเมืองโดย ผศ.ดร.อวยชัย วะทา, แบ่งกลุ่มฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการในการระดมความคิดเห็น แล้วนำเสนอ-สถานการณ์การทุจริตในพื้นที่ และสาเหตุของการทุจริต-แนวทางการแก้ไขปัญหาการทุจริต (เลือก 1 เรื่อง)โดย อ.ศรายุทธ อันทะไชย์/ดร.กัลญา อุปัชฌาย์ และคณะวิทยากร,ความรู้เกี่ยวกับการแจ้งเบาะแสและการตรวจสอบโครงการวิทยากร นายวีระ ศรีคำ สำนักงาน ป.ป.ช.จ.ร้อยเอ็ด, บทเรียนการต่อต้านการทุจริตในต่างประเทศวิทยากร ดร.ทักษิณ สิทธิศักดิ์ กรรมการเครือข่าย ป.ป.ช.ฯอ.ยงพันธ์ พันธ์ดงยาง กรรมการเครือข่าย ป.ป.ช.ฯ, การใช้เครื่องมือสื่อสารในการแจ้งเบาะแสการทุจริตวิทยากร อ.สมนึก บุญศรี กรรมการเครือข่าย ป.ป.ช. ดร.คมกฤช พวงศรีเคน กรรมการเครือข่าย ป.ป.ช., การอภิปรายเรื่อง ปัญหาการทุจริตและแนวทางในการแก้ไขการทุจริตในโครงการต่าง ๆ ของรัฐ/เอกชน/ประชาชนวิทยากร พ.ต.อ.วัชรินทร์ ชาวงศ์กร อดีต ป.ป.ช.ประจำ จ.ร้อยเอ็ด, นายอุบล รัตนพันธุ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลขอนแก่น ผศ.ดร.สุรสิทธิ์ ไกรสิน กรรมการเครือข่าย ป.ป.ช. ดร.โกวิท อ่อนประทุม กรรมการเครือข่าย ป.ป.ช.ฯ ดร.นวลอนงค์ ประทุมเนตร กรรมการฯ นายวิทวัส บุญทา กรรมการฯ อ.ประจักษ์ อาษาธง กรรมการเครือข่าย ป.ป.ช.ฯ นายสุรจิตร สุทธิประภา กรรมการเครือข่าย ป.ป.ช.ฯ นายโอภาส ธรรมรักษา กรรมการเครือข่าย ป.ป.ช.ฯ นายอภิฉัตร ภูสนาม กรรมการเครือข่าย ป.ป.ช.ฯ น.ส.ภัทราพรรณ อุปกรณ์ กรรมการฯ ผู้ดำเนินการอภิปราย ดร.จิรวรรณ สิทธิศักดิ์ กรรมการเครือขาย ป.ป.ป.ฯ, ชักถามปัญหา มอบหมายภารกิจ และพิธีมอบเกียรติบัตรโดย ดร.อุปกรณ์ ดีเสมอ ประธานเครือข่ายฯ จ.ร้อยเอ็ด พิธีกร อ.ศรายุทธ อันทะไชย์ และ ดร.กัลญา อุปัชฌาย์
นายชัชวาลย์ เบญจสิริวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ประธาน กล่าวว่าผมมีความยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มาเป็นประธานในพิธีเปิด “โครงการฝึกอบรมเพิ่มประสิทธิภาพผู้น าท้องที่ และท้องถิ่น เพื่อพัฒนาเป็นเครือข่าย ป.ป.ช.ภาคประชาสังคมจังหวัดร้อยเอ็ด“ ในวันนี้ ปัจจุบัน ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น ถือเป็นภัยร้ายแรงที่บ่อนทำลายความมั่นคงและการพัฒนาประเทศ ในระดับท้องถิ่น ปัญหานี้มักสะท้อนออกมาในรูปแบบของการใช้จ่ายงบประมาณที่ขาดความโปร่งใส การขัดกันแห่งผลประโยชน์ หรือความเสี่ยงทุจริตในโครงการก่อสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ซึ่งสร้างความเสียหายต่อสมบัติของแผ่นดินและลดทอนโอกาสในการอยู่ดีกินดีของพี่น้องประชาชนชาวร้อยเอ็ดโดยตรง
การจะหยุดยั้งกลโกงเหล่านี้ ลำพังเพียงเจ้าหน้าที่รัฐหรือข้อกฎหมายอาจไม่เพียงพอ แนวทางป้องกันที่ยั่งยืนที่สุด คือ การขับเคลื่อนโดยภาคประชาสังคม โดยมีกลุ่มผู้น าท้องที่ เช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำท้องถิ่น เช่น ผู้บริหารท้องถิ่น และสมาชิกสภาท้องถิ่น ซึ่งเป็นผู้ที่อยู่ใกล้ชิดพื้นที่และเข้าใจปัญหาดีที่สุด มาร่วมกันท าหน้าที่ กลไกเฝ้าระวังเชิงรุก แนวทางสำคัญที่ภาคประชาชนจะช่วยปกป้องท้องถิ่นของเรา ประกอบด้วย 3 ส่วน คือ การเฝ้าระวังและสอดส่อง : ร่วมตรวจเช็คและจับตาโครงการจัดซื้อจัดจ้างและการใช้จ่ายงบประมาณในชุมชนให้เป็นไปอย่างคุ้มค่า การสร้างเครือข่ายต้านโกง : ร่วมมือกันขยายเครือข่ายคนรุ่นใหม่และคนในชุมชน ให้เกิดค่านิยม “ไม่ยอมรับและไม่ทนต่อการทุจริตทุกรูปแบบ” การเป็นหูเป็นตาและแจ้งเบาะแส ทำหน้าที่สะท้อนจุดเสี่ยงและประสานงานกับ สำนักงาน ป.ป.ช.ประจ าจังหวัดร้อยเอ็ด อย่างรวดเร็วเมื่อพบสิ่งผิดปกติ การฝึกอบรมในครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสอันดีที่ทุกท่านจะได้เพิ่มพูนองค์ความรู้ด้านกฎหมาย การสร้างความเข้าใจในการรักษาประโยชน์สาธารณะ และพัฒนาศักยภาพตนเองสู่การเป็น “ผู้นำต้นแบบในการต้านทุจริต” เพื่อร่วมสร้าง จังหวัดร้อยเอ็ด ให้โปร่งใส ไร้ทุจริต อย่างเป็นรูปธรรม








