เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2569 นายอิทธิพล ช่างกลึงดี ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดยโสธร (ก.ธ.จ.ยโสธร) ได้สั่งการให้คณะกรรมการ ก.ธ.จ. ลงพื้นที่แบบปูพรม เพื่อเดินหน้าลุยตรวจงานและติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้างและปรับปรุงถนนครั้งใหญ่ในพื้นที่รวม 4 โครงการ ซึ่งใช้เงินงบประมาณรวมกันสูงถึง 112 ล้านบาท
โดยการตรวจเข้มครั้งนี้เป็นการทำหน้าที่เสมือนเป็นหูเป็นตาแทนประชาชน เพื่อเฝ้าระวังไม่ให้เกิดการโกง การทำงานที่ล่าช้า หรือปล่อยปะละเลย โดยต้องการให้มั่นใจว่าถนนทุกสายต้องสร้างเสร็จอย่างโปร่งใส ปลอดภัย และเกิดประโยชน์สูงสุดกับคนยโสธร โดยเป็นการลงพื้นที่ตรวจสอบหน้างานจริงใน 4 จุดสำคัญ ประกอบด้วยโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมโยงคมนาคมและโลจิสติกส์ระดับภาค (งบกลุ่มจังหวัด 50,000,000 บาท) ก่อสร้างทางหลวงพัฒนาพื้นที่หมายเลข 2083 ตอนสะเดา - คำเขื่อนแก้ว (กม. 42+000 ถึง กม. 43+200) ระยะทาง 1.2 กิโลเมตร ในพื้นที่อำเภอมหาชนะชัย เพื่อยกระดับการขนส่งสินค้าและการสัญจรข้ามเขตจังหวัด โครงการปรับปรุงทางเข้าพระธาตุกู่จาน (งบจังหวัด 35,000,000 บาท) ก่อสร้างทางหลวงผ่านสถานที่สำคัญ บนทางหลวงหมายเลข 23 ตอนบ้านย่อ - บ้านสวน (กม. 205+890 ถึง กม. 207+890) ระยะทาง 2 กิโลเมตร อำเภอคำเขื่อนแก้ว เพื่อสนับสนุนและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาสักการะโบราณสถานสำคัญ โครงการปรับปรุงผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตเดิมนำกลับมาใช้ใหม่ (งบจังหวัด 18,000,000 บาท) บนทางหลวงหมายเลข 23 ตอนยโสธร - บ้านย่อ (กม. 179+932 ถึง กม. 182+055 เป็นช่วงๆ) ระยะทาง 1.061 กิโลเมตร อำเภอเมืองยโสธร เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่และประหยัดงบประมาณด้วยเทคโนโลยีหมุนเวียนวัสดุ และโครงการก่อสร้างถนนเลี่ยงเมือง สวนพญาแถน (งบจังหวัด 9,059,000 บาท) ก่อสร้างถนนแอสฟัลติกคอนกรีต ช่วง กม. 0+000 ถึง กม. 1+140 ระยะทาง 1.14 กิโลเมตร ดำเนินการโดยเทศบาลเมืองยโสธร เพื่อระบายการจราจรและพัฒนาพื้นที่รอบแหล่งท่องเที่ยวแลนด์มาร์กของจังหวัด โดยหัวใจสำคัญของการลงพื้นที่ คณะกรรมการ ก.ธ.จ.ยโสธร ย้ำว่า การทำงานในครั้งนี้เป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีฯ ซึ่งกำหนดให้คณะกรรมการชุดนี้ทำหน้าที่สอดส่องการทำงานของหน่วยงานรัฐอย่างใกล้ชิด หากพบจุดไหนทำไม่ดี หรือมีพิรุธ จะรีบแจ้งให้แก้ไขทันที เพื่อให้โครงข่ายคมนาคมของยโสธรแข็งแกร่ง ปลอดภัย เดินทางสะดวก และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งการขนส่งและการท่องเที่ยวได้อย่างยั่งยืน








