เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2569 ที่บริเวณหน้ากองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วย พ.ต.ท.วิชานนท์ บ่อพิมาย รองผู้กำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ชุดสืบสวน และผู้แทนผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ ร่วมกันแถลงผลการจับกุมขบวนการตระเวนลักตัดสายไฟและหม้อแปลงไฟฟ้าตามสถานีฐานเสาสัญญาณโทรศัพท์มือถือในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา พร้อมนำของกลางมาแสดงต่อสื่อมวลชน
พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ เปิดเผยว่า ขบวนการดังกล่าวสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อระบบสื่อสารของประชาชนและภาคธุรกิจ โดยตั้งแต่เดือนมกราคมถึงมิถุนายน 2569 พบเหตุลักทรัพย์สถานีฐานของเครือข่าย TRUE และ DTAC รวม 70 ครั้ง และของ AIS อีก 64 ครั้ง รวมมากกว่า 134 เหตุการณ์ ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อคุณภาพสัญญาณในหลายพื้นที่
จากการสืบสวนของกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ร่วมกับกองกำกับการสืบสวน 3 กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 3 สามารถรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับรวม 9 หมาย จับกุมผู้ต้องหาได้ 5 ราย โดยเกี่ยวข้องกับคดีในพื้นที่ สภ.ขามสะแกแสง สภ.โนนไทย สภ.ครบุรี จังหวัดนครราชสีมา และ สภ.บ้านเดื่อ จังหวัดชัยภูมิ
เจ้าหน้าที่แบ่งผู้ต้องหาเป็น 2 กลุ่มหลัก กลุ่มแรกใช้รถกระบะมิตซูบิชิ สตราด้า สีเทา ทะเบียน ยม 4440 นครราชสีมา ประกอบด้วย นายนาด อายุ 45 ปี จับกุมได้ที่ อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม, นายธนาวุฒิ จับกุมได้ที่ อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา และนายโทโมคาสุ จับกุมได้ใน อ.เมืองนครราชสีมา
ส่วนกลุ่มที่สองใช้รถกระบะฟอร์ด เรนเจอร์ สีส้ม ทะเบียน ขน 4833 นครราชสีมา ประกอบด้วย นายชัยวุฒิ อายุ 38 ปี จับกุมได้ที่ อ.เมือง จ.ระยอง และนายวัชรพล จับกุมได้ที่ อ.บ้านค่าย จ.ระยอง ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 5 รายเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2569 ในข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือพาทรัพย์ไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม”
นอกจากนี้ การสืบสวนยังพบว่า นายนาด หนึ่งในผู้ต้องหา มีส่วนเกี่ยวข้องในคดีขับรถชนรถจักรยานยนต์จนมีผู้เสียชีวิตในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ และหลบหนี จึงถูกออกหมายจับเพิ่มเติมอีกคดี ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้ขยายผลเข้าตรวจค้นร้านรับซื้อของเก่า 3 จุด เพื่อดำเนินคดีข้อหารับซื้อของโจร และติดตามเครือข่ายที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม
ตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมายืนยันจะเดินหน้าปราบปรามขบวนการลักทรัพย์สาธารณูปโภคอย่างจริงจัง เนื่องจากส่งผลกระทบต่อความมั่นคงด้านโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ พร้อมเตือนผู้ประกอบการร้านรับซื้อของเก่าให้ตรวจสอบที่มาทรัพย์สินอย่างเข้มงวด หากพบเกี่ยวข้องกับของโจรจะดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเด็ดขาด
ข่าวภูมิภาค








