ปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำในพื้นที่อำเภอปากพนัง นครศรีธรรมราช ยังเป็นไปอย่างรุนแรงและกระจายเป็นวงกว้างขึ้นเรื่อยๆตามเส้นทางลำคลองลำบางสายน้ำย่อยและสายน้ำหลักในพื้นที่เช่นแม่น้ำปากพนัง ไปจนถึงพื้นที่อำเภอเชียรใหญ่ อำเภอหัวไทร
วันที่ 10มิ.ย.2569 นายสมเกียรติ ขวัญเมือง ประมงจังหวัดนครศรีธรรมราช นายกิตติพงศ์ รองเดช นายอำเภอปากพนัง กำนันผู้ใหญ่บ้านตำบลท่าพญา และชาวบ้านจำนวนมากได้นัดหมายกันลงแขกจับปลาหมอคางดำอีกครั้ง โดยใช้พื้นที่อาคารบ่อบำบัดน้ำเสียของกรมประมง ที่ถูกทิ้งร้างมากว่า 20 ปี ปัจจุบันกลายเป็นแหล่งแพร่ขยายพันธ์ของปลาหมอคางดำขนาดใหญ่ในเนื้อที่รวมกว่า 5 พันตารางเมตร
การปฏิบัติการเริ่มต้นจากกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ได้นำน้ำสารกากชาที่บ่มไว้ข้ามคืนรอบขอบบ่อบำบัด ตักสาดลงไปในพื้นที่บ่อบำบัด โดยสารกากชาไปทำปฏิกิริยากับเหงือกปลาไม่สามารถดูดซับอ็อกซิเจนได้ และได้นำโพงพางไปขึงปิดทางออกของแหล่งน้ำ 3 ทาง ปรากฎว่าหลังจากสาดสารกากชาไปได้ไม่นานปลาหมอคางดำจำนวนมากทะลักไปยังเส้นทางที่ถูกดักไว้ เจ้าหน้าที่และชาวบ้านไปปลดปากถุงนำไปใส่ภาชนะแล้วไปชั่งน้ำหนัก ใช้เวลาหลังจากสาดน้ำกากชาเวลาประมาณ 08.00 น.เวลา 09.30 น.มีการรวบรวมน้ำหนักของปลาหมอคางดำได้มากกว่า 2 ตัน จากเพียงจุดนี้จุดเดียวเท่านั้น
นายสมเกียรติ ขวัญเมือง ประมงจังหวัดนครศรีธรรมราช ระบุว่าการระบาดที่เกิดขึ้นขณะนี้หากทางราชการดำเนินการเพียงฝ่ายเดียวไม่สามารถควบคุมได้แน่ สิ่งที่จะต้องมีคือความร่วมมือจากทุกภาคส่วน รวมทั้งภาคประชาสังคม ขณะเดียวกันประมงได้จัดทีมติดตามประเมินการระบาดอย่างต่อเนื่อง นอกจากนั้นยังมีแนวคิดที่สามารถทำได้ตามกรรมการของกระทรวงระบุสามารถทำได้คือการช็อตด้วยกระแสไฟฟ้า ทั้งนี้ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิดเพื่อความปลอดภัย ซึ่งอาจมีการดำเนินเร็วๆนี้
ขณะที่นายโกศล ปัญจระ ชาวตำบลท่าพญาหนึ่งในทีมเข้าร่วมจับปลาหมอคางดำระบุว่า ชาวบ้านพร้อมให่ความร่วมมือแต่ระยะยาวนั้นยังไม่รู้ว่าจะอย่างไร อยู่ที่ประมงจะเอาจริงเอาจังแค่ไหน จะทำกันอย่างต่อเนื่องหรือไม่ จะทำวันเดียวหยุดไปไม่ได้ช่วยอะไร ทำต่อเนื่องแล้วมาร่วมกันประเมิน และควรปฏิบัติต่อเนื่องจะเกิดประโยชน์ได้จริง ส่วนปลาหมอคางดำที่ได้ในวันนี้ชาวบ้านจะนำเอาไปทำประโยชน์ตามวิธีการที่ถนัดกัน








