คณะสัตวแพทยศาสตร์ มช. ขึ้นผู้นำของโลกด้านงานวิจัยความสัมพันธ์ควาญช้างกับช้าง และ เป็นผู้นำด้านงานวิจัยสวัสดิภาพสัตว์ในระกับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สะท้อนศักยภาพงานวิจัยระดับนานาชาติ
คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สร้างความภาคภูมิใจให้แก่วงการวิชาการไทย หลังผลการวิเคราะห์บรรณมิติ (Bibliometric Analysis) จากฐานข้อมูลวารสารวิชาการระดับนานาชาติ ระหว่างปี พ.ศ. 2530–2568 ยืนยันถึงความเป็นผู้นำด้านงานวิจัยเกี่ยวกับช้างและสวัสดิภาพสัตว์ในระดับโลก ตอกย้ำบทบาทของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในฐานะศูนย์กลางองค์ความรู้ด้านสัตวแพทยศาสตร์และการอนุรักษ์สัตว์อย่างยั่งยืน
ผลการศึกษาระบุว่า มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เป็นสถาบันที่มีผลงานวิจัยด้านความสัมพันธ์ระหว่างควาญช้างและช้าง รวมถึงการจัดการช้างเลี้ยงมากที่สุดในโลก โดยมีผลงานวิจัยสะสมจำนวน 50 ฉบับ ภายในปี พ.ศ. 2568 สูงกว่าสถาบันชั้นนำหลายแห่งในยุโรปและเอเชีย สะท้อนถึงความเชี่ยวชาญและความต่อเนื่องในการศึกษาวิจัยด้านช้างเอเชีย ซึ่งเป็นสัตว์สำคัญทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมของภูมิภาค
นอกจากนี้ ผลการวิเคราะห์ด้านสวัสดิภาพสัตว์ (Animal Welfare) ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยังพบว่ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่มีผลงานวิจัยที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลสูงที่สุดในภูมิภาค จำนวน 101 ฉบับ ส่งผลให้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้รับการยอมรับในฐานะศูนย์กลางการวิจัยด้านสวัสดิภาพสัตว์ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ความสำเร็จดังกล่าวยังสะท้อนบทบาทของคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในการเป็นศูนย์กลางเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการระดับนานาชาติ โดยมีการเชื่อมโยงงานวิจัยและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับนักวิชาการจากประเทศสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และออสเตรเลีย เพื่อร่วมกันพัฒนาองค์ความรู้และยกระดับมาตรฐานสวัสดิภาพช้างในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการอนุรักษ์สัตว์อย่างยั่งยืน
สำหรับหัวข้อที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่มีความโดดเด่นเป็นพิเศษ ได้แก่ การศึกษาด้านช้าง (Elephant Research) การจัดการช้างเลี้ยง (Captive Elephant Management) และการท่องเที่ยวเชิงช้าง (Elephant Tourism) ซึ่งล้วนเป็นประเด็นสำคัญต่อการอนุรักษ์และพัฒนาคุณภาพชีวิตของช้างเอเชียในปัจจุบัน
ความสำเร็จครั้งนี้เป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นของคณาจารย์ นักวิจัย และบุคลากรของคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่ร่วมกันขับเคลื่อนงานวิจัยสู่ความเป็นเลิศระดับสากล พร้อมสร้างองค์ความรู้ที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการอนุรักษ์สัตว์ การพัฒนาสวัสดิภาพสัตว์ และการยกระดับมาตรฐานวิชาชีพสัตวแพทย์ไทยให้เป็นที่ยอมรับในเวทีโลก








