ครูพละที่ถูกกล่าวหาสั่งนักเรียน ป.4 กระโดดตบ 1,000 ครั้ง จนต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล ออกมาชี้แจงยืนยันไม่เคยลงโทษตามที่ถูกกล่าวหา ขณะที่ผู้ปกครองยังยืนยันคำเดิมและเตรียมดำเนินการตามกฎหมาย
เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีผู้ปกครองนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ในอำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ ออกมาร้องเรียนว่า บุตรชายถูกครูสั่งลงโทษด้วยการกระโดดตบจำนวน 1,000 ครั้ง จนมีอาการป่วยและต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ส่งผลให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมอย่างกว้างขวาง
ล่าสุด ครูพละซึ่งถูกกล่าวหาได้ติดต่อขอชี้แจงข้อเท็จจริงผ่านสื่อมวลชน โดยยืนยันว่าไม่ได้สั่งให้นักเรียนกระโดดตบ 1,000 ครั้งตามที่ปรากฏเป็นข่าว และไม่เคยพบหรือพูดคุยกับเด็กคนดังกล่าวในวันเกิดเหตุ ครูรายดังกล่าว ซึ่งขอใช้นามสมมติว่า "ครูเป็ด" อายุ 58 ปี เปิดเผยว่า ได้ทราบเรื่องจากโพสต์ของผู้ปกครองเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ซึ่งระบุว่าเหตุเกิดเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 โดยผู้ปกครองกล่าวอ้างว่าลูกชายถูกลงโทษจากความเข้าใจผิดเรื่องการทิ้งขยะบริเวณสนามฟุตบอล
อย่างไรก็ตาม ครูเป็ดยืนยันว่า ในวันดังกล่าวตนเดินทางมาโรงเรียนค่อนข้างสาย และหลังจากมาถึงได้ดูแลนักเรียนในความรับผิดชอบของตนเอง คือ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/1 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/1 ก่อนขึ้นสอนตามปกติ จึงแทบไม่มีโอกาสพบเด็กนักเรียนชั้น ป.4 ที่เป็นข่าว อีกทั้งในช่วงพักกลางวันตนมีภารกิจติดต่อช่างซ่อมรถแทรกเตอร์และช่างซ่อมอุปกรณ์กีฬา ก่อนรับประทานอาหารตามปกติ จึงยืนยันว่าไม่ได้สั่งลงโทษนักเรียนตามที่ถูกกล่าวหา พร้อมย้ำว่าจะต่อสู้ตามกระบวนการกฎหมายและขอความเป็นธรรมจากสังคม โดยอยากให้รับฟังข้อมูลจากทุกฝ่ายก่อนตัดสิน
ขณะเดียวกัน ครูผู้สอนว่ายน้ำของเด็กนักเรียนรายดังกล่าว เปิดเผยว่า เด็กได้มาเรียนว่ายน้ำตามปกติทั้งในวันที่ 28 และ 29 พฤษภาคม 2569 โดยยังสามารถร่วมกิจกรรมได้ตามปกติ มีอารมณ์ร่าเริงแจ่มใส และไม่พบความผิดปกติระหว่างการฝึกว่ายน้ำ อย่างไรก็ตาม ไม่สามารถยืนยันได้ว่าอาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นมีสาเหตุมาจากอะไร
ด้าน นางแอน (นามสมมติ) อายุ 40 ปี มารดาของเด็กนักเรียน เปิดเผยว่า ได้ทราบเรื่องจากลูกชาย ซึ่งเล่าว่าถูกครูสั่งให้กระโดดตบจำนวน 1,000 ครั้ง หลังครูเข้าใจผิดว่าได้นำขยะไปทิ้ง ทั้งที่กำลังช่วยเก็บขยะบริเวณสนาม หลังทราบเรื่องรู้สึกตกใจและเป็นห่วงลูกอย่างมาก เนื่องจากพบว่าลูกชายมีอาการปวดแขน ปวดขา มีไข้ และมีอาการหวาดกลัวจนฝันร้ายในเวลากลางคืน จึงพาเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลอำเภอ ก่อนส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลประจำจังหวัด
ปัจจุบัน เด็กได้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว แต่ผู้เป็นแม่ระบุว่าสภาพร่างกายและจิตใจยังไม่กลับมาเป็นปกติเต็มที่ โดยยังมีอาการวิตกกังวลและหวาดกลัวอยู่เป็นระยะทั้งนี้ทางครอบครัวยืนยันว่า หากผลการตรวจสอบพบว่ามีการลงโทษนักเรียนตามที่กล่าวอ้างจริง ก็จะใช้สิทธิดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างรวบรวมข้อเท็จจริงจากทุกฝ่าย เพื่อให้ความเป็นธรรมและหาข้อสรุปของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ข่าวภูมิภาค








