วันที่ 8 มิ.ย.69 นายธีรัตม์ (สงวนนามสกุล) บิดาของเด็กชายเอ นามสมมติ ชาว ต.สะกาด อ.สังขะ จ.สุรินทร์ ร้องเรียนกับสื่อมวลชนว่าลูกชาย ซึ่งเป็นนักเรียนชั้น ป.4 อายุ 9 ปี ถูกครูโรงเรียนประถมศึกษา แห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.สังขะ จ.สุรินทร์ ลงโทษด้วยการให้กระโดดตบ 1,000 ครั้ง จนได้รับบาดเจ็บปวดที่น่อง และต้องนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสุรินทร์ มาหลายวันแล้ว ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปสามถามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น พบกับแม่และย่าของเด็กนักเรียนคนดังกล่าว กำลังดูแลเด็กชายที่ได้รับาดเจ็บและให้ทดลองเดิน ซึ่งยังคงพบว่า ร่างกาย โดยเฉพาะขายังไม่แข็งแรงและเดินยังไม่สะดวก
แม่เด็ก เปิดเผยว่า เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณหลังพักเที่ยงลูกชายโดนคุณครูสั่งให้กระโดดตบ จํานวน 1,000 ครั้ง หลังจากลูกชายที่เล่าให้ฟังว่า ได้เดินเข้าไปเก็บขวดน้ำในบริเวณ สนามฟุตบอล ด้านหลังประตูฟุตบอล ขณะที่กำลังเก็บขวดน้ำจะเอาไปทิ้งในถังขยะ อยู่นั้น คุณครูเข้าใจว่านักเรียนเป็นคนเอาขวดน้ำไปทิ้งบริเวณดังกล่าว ครูจึงนัดหมายให้ นักเรียนมาพบคุณครูหลังจากรับประทานอาหารเที่ยงเสร็จ บริเวณอาคารอเนกประสงค์ ซึ่งลูกชายเข้าใจว่าครูเรียกมาสอบถาม หรือให้ ช่วยงาน แต่เมื่อนักเรียนไปถึงคุณครูสั่งให้นักเรียนกระโดดตบจำนวน 1,500 ครั้ง นักเรียนจึงกระโดดตบไป ได้จำนวน 1,000 ครั้ง รู้สึกว่าเหนื่อยเกินไป เหมือนหัวใจจะหลุดออกมา ก็เลยบอกครูไปว่า ตัวเองกระโดดตบไม่ไหวแล้ว คุณครูจึงสั่งให้ไปพักได้ พอกลับถึงบ้านเด็กนักเรียนเลือกที่จะไม่เล่าบอกคุณแม่ ต่อมาช่วงเย็น วันที่ 29 พฤษภาคม 2569 คุณแม่สังเกตุอาการพบว่าลูกเดินผิดปกติ จึงได้เรียกมาสอบถามว่าเป็นอะไรทำไมถึงเดินแบบนี้ ลูกชายเล่าให้ฟังว่า มีอาการปวดข้อเท้า เจ็บบริเวณน่อง อ่อนเพลีย และเล่าให้แม่ฟังว่าถูกคุณครูทำโทษตามที่กล่าวมาข้างต้น
แม่เด็ก เปิดเผยอีกว่า พอดูขาลูกชาย จึงได้โทรปรึกษาเพื่อนที่เป็นพยาบาลว่าอาการแบบนี้ต้องทำอย่างไร จากนั้นจึงพาลูกชายไปพบแพทย์โรงพยาบาลลำดวน อำเภอลำดวน จังหวัดสุรินทร์ โดยแพทย์ตรวจอาการแล้ว จึงรับตัวไว้เป็นผู้ป่วยใน อาการเบื้องต้นมี ความดันต่ำปัสสาวะมีสีเข้ม จึงนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล โดยได้รับน้ำเกลือ และน้ำเกลือแร่ได้เจาะเลือดไปตรวจ และ นำน้ำปัสสาวะไปตรวจเพื่อตรวจสอบ และอยู่ในสังเกตการณ์อาการของแพทย์ โดยได้รับการรักษาตัวตั้งแต่วันที่ 29 พฤษภาคม 2569 จนถึง วันที่ 3 มิถุนายน 2569 เด็กยังพักฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาลลำดวน
จากนั้รวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 เวลา 14.00 น. ผู้อำนวยการโรงเรียน พร้อมรองผู้อำนวยการ คณะคุณครู ได้เข้ามาเยี่ยมอาการของเด็กนักเรียน และพูดคุยถึงสาเหตุที่เกิดขึ้นตามที่ปรากฏ และมอบเงินให้ครอบครัวของเด็กนักเรียนจำนวน 10,000 บาท แต่ที่น่าแปลกใจคือ คุณครูที่สั่งทำโทษเด็กนักเรียนก็เดินทางมาด้วยเช่นกัน แต่ไม่ยอมเข้าไปเยี่ยมเด็กนักเรียน ซึ่งได้ยืนรออยู่ข้างนอกห้อง
ต่อมาครอบครัวได้ปรึกษากันว่าไม่ขอรับเงินช่วยเหลือดังกล่าว จึงได้นำเงินจำนวน 10,000 บาท มาลงบันทึกประจำวันเพื่อขอคืนเงืนให้กับทางโรงเรียน โดยไม่มีความประสงค์ขอรับเงินดังกล่าว จากนั้นมา ผู้ปกครองได้รับทราบว่า คุณครูที่สั่งลงโทษนักเรียนให้กระโดดตบ 1,000 ครั้ง ไม่ยอมรับผิดและยืนยันว่าตนเองไม่ได้สั่งให้เด็กกระโดดตบและไม่ได้เจอเด็กวันและเวลาดังกล่าว ครอบครัวจึงตัดสินใจเข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับคุณครูผู้ก่อเเหตุ
และเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 โรงพยาบาลลำดวน ได้ส่งตัวเด็กนักเรียนเข้าไปรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลสุรินทร์ (โรงพยาบาลประจำจังหวัด) เนื่องจากมีเครื่องมือและแพทย์ที่เชี่ยวชาญกว่าในการรักษาเด็ก
แม่ของเด็ก กล่าวอีกว่า คุณครูที่สั่งทำโทษเด็กเอามาตฐานอะไรหรือคำสั่งของกระทรวงศึกษาธิการฉบับไหน มาลงโทษเด็กหนักขนาดนี้ จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยตรวจสอบหาความเป็นธรรมให้กับครอบครัวของตนเองด้วย
ด้านย่าของเด็กนักเรียน กล่าวว่า หลานทำอะไรผิดหนักหนา ทำไมคุณครูถึงได้ลงโทษเด็กขนาดนี้ ตนได้ยินข่าวครั้งแรกว่าหลานชายถูกครูทำโทษและเข้าโรงพยาบาล แทบซ็อก เพราะไม่เคยคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น
ด้าน พ.ต.ต.สยามรัตน์ ภูมี สารวัตรสอบสวน สภ.สังขะ กล่าวว่า ครู และนักเรียนพูดบอกกล่าวไม่ตรงกัน จึงทำการติดตามสืบสวนการกระทำดังกล่าว ว่ามีการกระทำผิดกฎหมายหรือกระทำผิดต่อร่างกายเด็กจริงหรือไม่ พนักงานสอบสวนรับเรื่องไว้แล้ว จะ ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
ล่าสุดวันนี้ 8 มิถุนายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจร้อยเวร สภ.สังขะ ได้พานางสาวมาริสา แม่เด็กเดินทางไปพบเจ้าหน้าที่ ที่ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสุรินทร์ เพื่อขอคำแนะนำในการดำเนินการในคดีที่เกี่ยวกับเด็ก ขณะเดียวกันนางสาย ย่าและเด็กชายเอ นามสมมติ ได้เข้าพบกับเจ้าหน้าที่ของ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสุรินทร์ และเจ้าหน้าที่จิตแพทย์ โรงพยาบาลสุรินทร์ ได้ร่วมกันสอบถามเด็ก แต่ยังไม่ข้อสรุปว่าจะดูแลเยียวยาสภาพจิตใจเด็กนักเรียนที่ถูกกระทำอย่างไรบ้าง และคุณย่าของเด็กนักเรียนคนดังกล่าว ยังถูกตำหนิจากเจ้าหน้าที่บางคนว่า เรื่องแค่นี้ ทำไมถึงต้องไปบอกนักข่าว และทำให้มันเป็นเรื่องใหญ่โต อีกด้วย








