วันที่ 8 มิ.ย.2569 ผู้สื่อข่าวรายงาน บรรยากาศการใช้จ่ายภายใต้โครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส" (60/40) ของรัฐบาล ซึ่งเปิดให้ประชาชนเริ่มใช้สิทธิวันแรกตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2569 และจะดำเนินโครงการไปจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 เป็นไปอย่างคึกคัก โดยรัฐบาลสนับสนุนค่าใช้จ่าย 60% ขณะที่ประชาชนร่วมจ่าย 40% ส่งผลให้ร้านค้ารายย่อยและร้านอาหารในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาได้รับอานิสงส์จากกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
นางสำเรียง มีใหม่ อายุ 65 ปี เจ้าของร้าน "ยายหม่อง" ในพื้นที่หมู่ 4 บ้านหนองสองห้อง ตำบลหัวทะเล อำเภอเมืองนครราชสีมา ซึ่งเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวถือเป็นมาตรการที่ดีของรัฐบาล ช่วยให้ประชาชนระดับรากหญ้าสามารถเข้าถึงสินค้าและบริการได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยในชุมชนอย่างต่อเนื่อง
นางสำเรียง กล่าวว่า ร้านของตนจำหน่ายทั้งอาหาร ของใช้ในครัวเรือน ผักสด และสินค้าทั่วไป หลังเข้าร่วมโครงการพบว่ายอดขายเพิ่มขึ้นจากเดิมประมาณ 20-30% โดยตลอดทั้งวันมีลูกค้าเข้ามาใช้สิทธิซื้อสินค้าอย่างต่อเนื่อง ทำให้บรรยากาศการค้าขายกลับมาคึกคักมากขึ้น
"โครงการนี้ช่วยทั้งคนซื้อและคนขาย ชาวบ้านกล้าใช้จ่ายมากขึ้น ส่วนร้านค้าก็มียอดขายเพิ่มขึ้น อยากให้ภาครัฐมีโครงการลักษณะนี้ออกมาอย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจระดับชุมชนได้อย่างเห็นผล" นางสำเรียง กล่าว
ขณะที่นางยวนใจ เสาธง อายุ 39 ปี เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยว "ต่อซิ่ง" เปิดเผยว่า หลังเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส พบว่าจำนวนลูกค้าเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ส่งผลให้ยอดขายปรับตัวสูงขึ้นประมาณ 30% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนเริ่มโครงการ
นางยวนใจ กล่าวว่า ลูกค้าส่วนใหญ่รู้สึกพึงพอใจที่รัฐบาลช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายถึง 60% ทำให้ตัดสินใจออกมาจับจ่ายใช้สอยและรับประทานอาหารนอกบ้านมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่
"ลูกค้าหลายคนบอกว่าดีใจที่ได้รับสิทธิจากรัฐบาล ทำให้มีเงินเหลือใช้จ่ายด้านอื่นเพิ่มขึ้น ส่วนผู้ประกอบการอย่างพวกเราก็ได้รับผลดีตามไปด้วย อยากให้รัฐบาลมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบนี้ต่อเนื่อง เพราะจะช่วยให้เงินหมุนเวียนในชุมชน และช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากได้เป็นอย่างดี" นางยวนใจ กล่าว
ทั้งนี้ โครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ถือเป็นหนึ่งในมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่มุ่งเพิ่มกำลังซื้อให้กับประชาชน ควบคู่กับการส่งเสริมรายได้แก่ผู้ประกอบการรายย่อย ร้านค้าชุมชน และร้านอาหารทั่วประเทศ โดยจากบรรยากาศในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา พบว่าหลายร้านค้ามียอดจำหน่ายเพิ่มขึ้น และคาดหวังว่าโครงการดังกล่าวจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากให้ฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่องในช่วงหลายเดือนข้างหน้า








