รวบช่างก่อสร้างคู่ผัวเมียคาไซต์งาน5 หมายจับ หลังหลอบข้ามแดนไปสแกนหน้าฝั่งเขมร
วันที่ 6มิ.ย.69 ที่ บก.สอท.4 พ.ต.อ.อนุชา ศรีสำโรง ผกก.2 บก.สอท.4 เปิดเผยว่า่สืบเนื่องจากได้มีหญิงผู้เสียหายชาวจังหวัดกำแพงเพชรรายหนึ่ง ได้ค้นหาประกาศรับสมัครงานในเฟซบุ๊กกระทั่งพบบัญชีเพจชื่อ “Wonder Shop” ได้โพสต์โฆษณารับสมัครงานออนไลน์ รายได้ดี เหมาะสำหรับผู้หารายได้พิเศษ จึงได้ติดต่อไปและตกลงทำงานกับทางเพจดังกล่าว
โดยในช่วงแรก พบว่าเป็นงานแพคสินค้าตามออร์เดอร์และทำยอดให้ได้ตามภารกิจที่ได้รับมอบหมาย รวมทั้งทำหน้าที่คอยกดไลก์ กดแชร์เพจ เพื่อเพิ่มการมองเห็นในโลกโซเชียล แต่ต่อมาทางเพจแจ้งว่าผู้เสียหายต้องทำงานเพิ่มขึ้นและต้องร่วมลงทุนด้วย จากนั้นให้แอดไลน์กับบัญชีไลน์รายหนึ่งที่แอบอ้างเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน จากนั้นเริ่มหลอกล่อและชักชวนให้เข้าสู่ขบวนการเทรดเหรียญดิจิทัล เมื่อเหยื่อหลงเชื่อร่วมลงทุนเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้วต้องการถอนผลกำไรคืน ปรากฏว่าไม่สามารถถอนเงินได้ เนื่องจากทางเพจอ้างว่ามีการทำผิดเงื่อนไขของเพจ ผู้เสียหายจึงรู้ตัวว่าถูกหลอกลวง รวมความเสียหายทั้งสิ้นกว่า 1 แสนบาท
ภายหลังชุดสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานและพนักงานสอบสวนสามารถออกหมายจับผู้ต้องหาในขบวนการดังกล่าวได้หลายรายจึงมอบหมายให้ พ.ต.ท.พร้อมพล นิตย์วิบูลย์ รอง ผกก.ฯ ช่วยราชการ กก.2 บก.สอท.4, พ.ต.ต.ยุทธพงษ์ อมรมงคลศิลป์ และ พ.ต.ต. เปรมประชา อุตมา สว.ฯ ช่วยราชการ กก.2 บก.สอท.4. นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด พร้อมหมายจับเข้าจับกุมผู้ต้องหาได้ จำนวน 2 ราย ได้แก่ นายพรเทพ อายุ 48 ปี และ นางสาวทิพวรรณ อายุ 47 ปี คู่สามีภรรยา โดยจับกุมตัวได้ขณะกำลังทำงานต่อเติมบ้าน ณ ไซต์ก่อสร้างบ้านหลังหนึ่ง บริเวณริมถนนสาธารณะ ในพื้นที่หมู่ที่ 5 ต.ท่าเสน อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี
สำหรับนายพรเทพ โดนดำเนินคดีในความผิดฐาน “เป็นผู้สนับสนุนกระทำความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน โดยแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชนหรือปกปิดความจริงซึ่งควรบอกให้กับประชาชนและสนับสนุนร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ซึ่งเป็นข้อมูลอันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชนและเปิดหรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีเงินฝากของตนโดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้องทั้งนี้โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นได้”
สำหรับนายพรเทพ มีหมายจับติดตัวรวม 4 หมายจับ โดยยังถูกออกหมายจับในความผิดลักษณะเดียวกันอีก 3 หมายจับ ทั้งในท้องที่ สภ.สำโรงเหนือ จ.สมุทรปราการ, สภ.จะนะ จ.สงขลา และ สภ.ม่วงสามสิบ จ.อุบลราชธานี ส่วนนางสาวทิพวรรณ ภรรยา ถูกจับกุมในครั้งนี้ด้วยตามหมายจับศาลจังหวัดนาทวี ของ สภ.จะนะ จ.สงขลาในความผิดลักษณะเดียวกัน
จาการซักถาม เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งสองให้ข้อมูลว่า เมื่อช่วงปี 2566 ทั้งสองได้ทำอาชีพรับจ้างต่อเติมบ้านอยู่ในพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี ต่อมาเกิดล้มป่วย ไม่สามารถทำงานได้ทำให้ไม่มีรายได้ กระทั่งช่วงต้นปี 2567 ได้ถูกชักชวนจากคนในหมู่บ้านให้ไปทำงานรายได้ดี ที่บ่อนกาสิโนในเมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา จากนั้นจึงตกลง ภายหลังจึงมีคนไทยไม่ทราบชื่อเอารถมารับ แล้วพาพวกตนข้ามคลองผ่านชายแดนออกทางช่องทางธรรมชาติ ไปยังประเทศกัมพูชา
เมื่อเดินทางไปถึงตึกสูงที่เป็นบ่อนกาสิโน พวกตนกลับถูกนำตัวไปขังไว้ในห้องรวมกับคนไทยอีกหลายสิบราย เมื่อถึงเวลาก็จะมีคนเอาโทรศัพท์มาบังคับให้สแกนใบหน้าโอนเงิน หลังถูกขังอยู่ที่นั่นประมาณ 1 สัปดาห์ พวกตนเกิดอาการล้มป่วย จึงได้ขอร้องให้ปล่อยตัวพวกตนกลับบ้าน สุดท้ายจึงมีการด์พาพวกตนมาทิ้งไว้ที่ชายแดนประเทศกัมพูชาแล้วปล่อยให้เดินข้ามแดนกลับประเทศไทยเอง โดยไม่ได้รับเงินค่าจ้างแม้แต่บาทเดียว เมื่อพวกตนรู้ว่าโดนหลอกให้เปิดบัญชีม้า จึงตัดสินใจย้ายที่อยู่เพื่อหลบหนีแล้วมาทำงานมาอยู่ในพื้นที่ จ.เพชรบุรี กระทั่งถูกตำรวจไซเบอร์เข้าจับกุมในที่สุด
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวทั้งสองส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งสืบสวนขยายผลไปยังผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อนำตัวมาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ภูมิภาค 85








