หนุ่มช่างตัดผมวัย 30 ปี ขี่รถ จยย.ชนท้ายรถกระบะที่จอดข้างทางบนถนนญาณวิโรจน์ จ.จันทบุรี เสียชีวิตคาที่ พ่อเผยลูกชายเพิ่งเปิดร้านตัดผมได้เพียงเดือนเศษ กำลังขี่รถกลับบ้าน แต่เสียชีวิตห่างจุดหมายเพียง 4 กิโลเมตร ตำรวจเร่งสอบสวนหาสาเหตุ
เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 4 มิ.ย.69 ศูนย์วิทยุกู้ภัยสว่างกตัญญู จันทบุรี ได้รับแจ้งอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนท้ายรถยนต์กระบะ มีผู้เสียชีวิต 1 ราย บนถนนญาณวิโรจน์ บริเวณหน้าโรงเหล็กหนองบัว หมู่ 8 ต.หนองบัว อ.เมือง จ.จันทบุรี หลังรับแจ้ง พ.ต.ต.นพดล ผลพฤกษา สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองจันทบุรี พร้อมด้วยแพทย์นิติเวชโรงพยาบาลพระปกเกล้า และกำลังอาสากู้ภัยฯ รุดตรวจสอบที่เกิดเหตุ
ที่เกิดเหตุ พบรถยนต์กระบะอีซูซุ แคป สีบรอนส์ ติดคอกเหล็ก ทะเบียนอุดรธานี จอดเปิดไฟขอทางอยู่ริมถนน ที่บริเวณท้ายรถพบภาพสุดสลด มีรถจักรยานยนต์ฮอนด้า สีน้ำตาลจันทบุรี พุ่งชนอัดติดคาอยู่กับท้ายกระบะจนพังยับเยิน โดยมีร่างผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย อยู่ในสภาพยังนั่งคร่อมรถอยู่ บนพื้นถนนพบโทรศัพท์มือถือตกอยู่ 1 เครื่อง เจ้าหน้าที่จึงบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน
ส่วนคนขับกระบะทราบชื่อ นายมนูญ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี ซึ่งอยู่ในอาการตกใจ ยืนรอให้ปากคำพร้อมแฟนสาว ให้การกับตำรวจว่า ขณะกำลังขับรถเดินทางกลับห้องพักที่ อ.ขลุง เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุเกิดปวดปัสสาวะกะทันหัน จึงตัดสินใจจอดรถชิดขอบทางเพื่อจะลงไปทำธุระส่วนตัว แต่ยังไม่ทันได้ก้าวขาลงจากรถ ก็ได้ยินเสียงดังมาจากท้ายรถ จนตัวรถสั่นสะเทือน เมื่อรีบลงมาดูก็พบว่ามีรถจักรยานยนต์พุ่งมาชนท้ายและมีคนเจ็บติดอยู่ด้วย จึงรีบโทรแจ้ง 1669 เพื่อขอความช่วยเหลือ แต่ไม่ทันคู่กรณีได้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุเสียก่อน
ขณะที่ นายคมสัน (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 67 ปี พ่อของผู้เสียชีวิต เดินทางมาดูร่างลูกชายด้วยความโศกเศร้า พร้อมให้ข้อมูลว่า ผู้เสียชีวิตคือ นายธีรพงษ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี ลูกชายคนโต ซึ่งเป็นช่างตัดผม เพิ่งจะเรียนจบและกลับมาเปิดร้านเป็นของตัวเองได้เพียงเดือนเศษ ก่อนเกิดเหตุลูกชายขี่รถเข้าไปทำธุระในตัวเมือง และกำลังเดินทางกลับบ้านที่ตลาดพลิ้ว ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุไปเพียงประมาณ 4 กิโลเมตรเท่านั้น แต่กลับต้องมาทราบข่าวร้าย ว่าลูกชายประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตแล้ว
เบื้องต้นผลการชันสูตรพบบาดแผลฉกรรจ์ที่ศีรษะและเสียเลือดมาก เจ้าหน้าที่จึงได้มอบหมายให้กู้ภัยฯ นำร่างส่งโรงพยาบาลพระปกเกล้าเพื่อชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมเชิญตัวคนขับรถกระบะไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่สถานีตำรวจ เพื่อสรุปสำนวนคดีและให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่ายต่อไป








