เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งสตูลรวมตัวบุกยื่นหนังสือถึงพาณิชย์จังหวัดและหน่วยงานรัฐ เรียกร้องเร่งแก้ปัญหา หลังมาเลเซียระงับนำเข้ากุ้งไทย ทำให้ราคาตกต่ำ ต้นทุนพุ่ง วิกฤตกระทบรายได้หนัก เสี่ยงล้มละลาย พร้อมเสนอทั้งมาตรการระยะสั้นและระยะยาวช่วยเหลือ
วันที่ 4 มิ.ย.69 เศรษฐกิจระดับฐานรากของจังหวัดสตูลยังคงทวีความรุนแรง ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา บริเวณหน้าสำนักงานพาณิชย์จังหวัดสตูล ได้เกิดความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญของกลุ่มเกษตรกร เมื่อสมาชิกชมรมผู้เลี้ยงกุ้งจังหวัดสตูลกว่า 30 คน นำโดย นายเชาวลิต แสงฉาย ประธานชมรมฯ ได้รวมตัวกันเข้ายื่นหนังสือด่วนที่สุด ผ่านพาณิชย์จังหวัด สื่อสารตรงถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ อธิบดีกรมประมง และผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล เพื่อเรียกร้องให้เร่งสกัดวิกฤตราคาและต้นทุนที่กำลังกดทับจนคนเลี้ยงกุ้งในพื้นที่ใกล้สิ้นเนื้อประดาตัว
แหล่งข่าวจากชมรมผู้เลี้ยงกุ้งสตูล (ซึ่งมีที่ทำการชั่วคราวอยู่ที่ ม.3 ต.กำแพง อ.ละงู) เปิดเผยว่า สถานการณ์ของผู้เลี้ยงกุ้งในสตูลในขณะนี้วิกฤตกว่าหลายพื้นที่ เนื่องจากสตูลเป็นจังหวัดชายแดนที่มีมูลค่าการค้าและการส่งออกกุ้งไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียเป็นหลัก
แต่เมื่อ "ประเทศมาเลเซียประกาศระงับการนำเข้ากุ้งจากไทย" ได้ส่งผลกระทบเสมือนโดนหมัดฮุกเข้าอย่างจัง ช่องทางการระบายผลผลิตหน้าด่านชายแดนถูกปิดตาย กุ้งจำนวนมหาศาลต้องตกค้าง เกิดภาวะกระจุกตัวและล้นตลาดในพื้นที่ จนกลายเป็นโอกาสให้พ่อค้าคนกลางในท้องถิ่นฉวยโอกาสกดราคารับซื้อต่ำกว่าทุนอย่างไม่เป็นธรรม ขณะที่ฝั่งผู้บริโภคปลายทางยังต้องซื้อกุ้งกินในราคาสูง
"ละงู ทุ่งหว้า ท่าแพ เมืองสตูล เกษตรกรโดนกันถ้วนหน้า ตอนนี้วิกฤตมาเลเซียปิดด่านทำเรากระอัก ค่าน้ำมันดีเซล ค่าไฟฟ้าที่ต้องใช้ตีน้ำในบ่อพุ่งไม่หยุด สวนทางกับราคากุ้งที่ดิ่งลงทุกวัน ถ้าผู้ว่าฯ และพาณิชย์จังหวัดไม่รีบยื่นมือมาช่วยจับคู่ตลาดใหม่ เกษตรกรสตูลล้มละลายยกแผงแน่" หนึ่งในเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง อ.ละงู กล่าวด้วยความอัดอั้น
ในการเคลื่อนไหวครั้งนี้ ทางชมรมฯ ได้ยื่นข้อเสนออย่างเป็นรูปธรรมเพื่อให้หน่วยงานในจังหวัดและส่วนกลางเร่งบูรณาการแก้ไข ก่อนที่อาชีพเลี้ยงกุ้งของเมืองสตูลจะล่มสลาย
มาตรการเร่งด่วน (ระยะสั้น): จี้พาณิชย์และจังหวัดผลักดัน "โครงการส่งเสริมการรณรงค์บริโภคสินค้ากุ้งในประเทศ" ชดเชยราคากุ้งให้เกษตรกรสตูลในอัตรา 20 บาทต่อกิโลกรัม เพื่อเร่งระบายผลผลิตที่ยังค้างอยู่ในบ่อให้หมดไปโดยเร็ว
มาตรการโครงสร้าง (ระยะยาว): เสนอให้รัฐบาลลดภาษีนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ และขอให้หอการค้าจังหวัด-พาณิชย์จังหวัด เร่งเจรจาเจาะตลาดใหม่ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศเพื่อลดการพึ่งพาตลาดมาเลเซียเพียงอย่างเดียว รวมถึงปรับปรุงนโยบายโซลาร์เซลล์ในบ่อกุ้งให้ใช้งานได้จริงเพื่อลดค่าไฟ
การรวมตัวยื่นหนังสือของเกษตรกรสตูลในวันนี้ ถือเป็นการส่งสัญญาณเตือนครั้งสุดท้ายไปยังรัฐบาลและผู้บริหารจังหวัด หากยังไม่มีความคืบหน้าหรือมาตรการเยียวยาที่จับต้องได้ กลุ่มผู้เลี้ยงกุ้งสตูลพร้อมยกระดับการเคลื่อนไหวร่วมกับเครือข่ายผู้เลี้ยงกุ้งทั่วประเทศต่อไป








