เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 29 พ.ค.69 ที่ศาลจังหวัดนนทบุรี นายโทน หรือ “โทน บางแค” พร้อมทนายความ เดินทางเข้ายื่นฟ้อง “บิ๊กเต่า” พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ในข้อหาหมิ่นประมาท โดยเปิดเผยว่า สาเหตุที่ตัดสินใจเดินทางมายื่นฟ้องด้วยตนเองในวันนี้ เนื่องจากมองว่ากระบวนการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องใช้เวลาค่อนข้างนาน จึงเลือกใช้สิทธิ์ตามกฎหมายเพื่อปกป้องสิทธิ์ของตนเอง
นายโทน กล่าวว่า ที่ผ่านมาตนรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากคำพูดและการให้สัมภาษณ์บางประเด็น ซึ่งส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงและธุรกิจโดยตรง โดยเฉพาะการถูกกล่าวหาว่าเป็น “เซียนกระดาษ” รวมถึงคำพูดที่มีลักษณะด้อยค่าและทำให้สังคมเข้าใจผิด ส่งผลให้ลูกค้าเก่าบางส่วนยังเข้าใจข้อเท็จจริง แต่ลูกค้าใหม่จำนวนมากเกิดความไม่มั่นใจและหายไป ส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพอย่างชัดเจน
ส่วนเรื่องการร้องเรียนไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งการยื่นหนังสือต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการขอความเป็นธรรมจากผู้บัญชาการตำรวจ ขณะนี้ทุกหน่วยงานได้รับเรื่องไว้แล้ว แต่ยังอยู่ระหว่างขั้นตอนการพิจารณา ซึ่งต้องใช้เวลา ตนจึงเลือกดำเนินการทางศาลควบคู่กันไป
นายโทน กล่าวอีกว่า การถูกกล่าวหาว่าเป็น “คนตัวลาย” หรือ “โจรกระจอก” ถือเป็นเรื่องร้ายแรงและส่งผลกระทบต่อความรู้สึกอย่างมาก รวมถึงการกล่าวถึงวงการพระเครื่องในลักษณะดูหมิ่นว่าเป็น “เซียนกระดาษ” ซึ่งมองว่าเป็นการเหมารวมและรุนแรงเกินไป โดยตนเป็นเพียงประชาชนธรรมดา ขณะที่ผู้พูดเป็นบุคคลที่มีอำนาจ จึงต้องมาขอความเมตตาจากศาลให้พิจารณาข้อเท็จจริงตามกระบวนการยุติธรรม
ตน“ยอมรับว่ากลัว แต่วันนี้ความกลัวลดลง เพราะเชื่อว่าความจริงก็คือความจริง หากจะบอกว่าหลังชนฝา ตอนนี้มันเกินกว่าคำว่าหลังชนฝาไปแล้ว ทางออกของเรื่องนี้คือความยุติธรรม หากได้รับความยุติธรรมกลับมา ทุกฝ่ายก็จะสบายใจ”
สำหรับกรณีเพจ “เหยื่อ” ตนยืนยันว่าไม่ได้รู้จักกับผู้ดูแลเพจเป็นการส่วนตัว แต่มองว่าเป็นเพจที่นำเสนอข้อมูลต่อสาธารณะ โดยตนไม่ได้ติดตามข้อมูลของบุคคลอื่นและให้ความสนใจเฉพาะเรื่องของตัวเองเท่านั้น เนื่องจากปัญหาที่เผชิญอยู่ส่งผลกระทบอย่างหนักอยู่แล้ว
ในส่วนของประเด็นทรัพย์สินและหนี้สิน ทรัพย์สินที่มีอยู่ยังไม่สามารถนำออกขายได้ทันที เพราะต้องใช้เวลาในการดำเนินการ ขณะที่ภาระหนี้สินยังคงผ่อนชำระอย่างต่อเนื่อง พร้อมยืนยันว่าหากมีการชำระเงินจำนวน 75 ล้านบาทตามที่ถูกกล่าวถึง ก็สามารถดำเนินการได้ผ่านคนกลาง ซึ่งตนต้องการให้มีบุคคลกลางเป็นผู้ประสานเพื่อความโปร่งใสและป้องกันข้อครหาในภายหลัง
นายโทนยังกล่าวถึงผลกระทบต่อธุรกิจขายสินค้าผ่านการไลฟ์สดว่า ก่อนหน้านี้มีผู้ติดตามรับชมหลักพันถึงหลักหมื่นคน แต่หลังเกิดกระแสข่าว จำนวนผู้เข้าชมลดเหลือเพียง 100-300 คน ทำให้รายได้ลดลงอย่างมาก ต้องใช้เวลาไลฟ์สดนานขึ้นจากเดิมเพียง 1-2 ชั่วโมง เป็น 3-4 ชั่วโมงต่อวัน ส่งผลต่อการกระจายสินค้าและการหารายได้เพื่อนำไปชำระหนี้ สุดท้ายทุกอย่างต้องพิสูจน์กันด้วยความจริง ผมยังติดใจคำพูดที่ถูกเรียกว่าโจรกระจอก คนตัวลาย รวมถึงการกล่าวถึงวงการพระทั้งประเทศ
ด้านทนายความ เปิดเผยว่า คดีที่นำมายื่นฟ้องในวันนี้เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา รวมถึงเป็นการใช้สิทธิ์ตามกฎหมายเพื่อปกป้องธุรกิจของนายโทน เนื่องจากข้อมูลข่าวสารที่เผยแพร่ออกไปส่งผลกระทบต่อชื่อเสียง ความน่าเชื่อถือ และการประกอบธุรกิจโดยตรง โดยหลักฐานสำคัญที่นำมาประกอบการฟ้องร้องในครั้งนี้ เป็นข้อมูลและถ้อยคำที่ปรากฏจากการออกรายการเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งเห็นว่าเข้าข่ายก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้ฟ้อง จึงนำเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลเพื่อให้วินิจฉัยข้อเท็จจริงต่อไป
ข่าวภูมิภาค








