ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณี 4 คนร้ายแต่งกายคล้ายหญิงมุสลิม สวมหมวกกันน็อกปิดบังใบหน้า ขับขี่รถจักรยานยนต์จำนวน 2 คัน ใช้อาวุธปืนอาก้าและปืนพกกราดยิงใส่ ด.ต.อดุลย์ หะยีสุหลง อายุ 38 ปี ผบ.หมู่ (ป.) ทำหน้าที่ผู้ช่วยพนักงานสอบสวน สภ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี เหตุเกิดบริเวณหน้ามัสยิด ใกล้โรงเรียนประสานวิทยามูลนิธิ หมู่ 5 ต.ยะรัง อ.ยะรัง จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคมที่ผ่านมา ขณะเดินทางไปรับบุตรชายที่โรงเรียน พร้อมนางฟาตีเมาะ ยาโงะ อายุ 35 ปี ภรรยา ซึ่งเป็นครูของโรงเรียนดังกล่าว
เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้นางฟาตีเมาะเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ส่วน ด.ญ.อัฟฟรีนา หะยีสุหลง วัยเพียง 35 วัน ลูกสาวคนเล็ก ได้รับบาดเจ็บจากกระสุนเฉี่ยวบริเวณหน้าท้อง ขณะที่ ด.ต.อดุลย์ ได้รับบาดเจ็บและยังคงพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ท่ามกลางความสะเทือนใจของครอบครัวและชาวบ้านในพื้นที่
ล่าสุด วันที่ 26 พ.ค. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านพักของนางฟาตีเมาะ ที่บ้านโต๊ะดา หมู่ 6 ต.ประจัน อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พบว่าบรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า หลังเมื่อคืนที่ผ่านมาเวลาประมาณ 22.00 น. ญาติได้นำร่างประกอบพิธีฝังตามหลักศาสนาอิสลามเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยตลอดทั้งวันมีญาติพี่น้อง เพื่อนครู รวมถึงชาวบ้านในพื้นที่ เดินทางมาร่วมแสดงความเสียใจต่อครอบครัวอย่างต่อเนื่อง
สำหรับนางฟาตีเมาะ เป็นครูผู้สอนที่ได้รับความรักจากเพื่อนร่วมงานและลูกศิษย์ มีบุตรรวม 4 คน เป็นชาย 3 คน และหญิง 1 คน ซึ่งเพิ่งคลอดได้ไม่ถึง สองเดือน นอกจาก ด.ต.อดุลย์ ผู้เป็นสามีจะทำหน้าที่เป็นเสาหลักของครอบครัวแล้ว นางฟาตีเมาะยังช่วยทำงานและร่วมกันสร้างฐานะ ดูแลลูกทั้ง 4 คนมาโดยตลอด
ขณะที่สภาพจิตใจของครอบครัวยังคงอยู่ในอาการเศร้าเสียใจ โดยเฉพาะลูกๆ ที่ยังไม่สามารถทำใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ เด็กชายทั้ง 3 คน ต่างเฝ้าถามหาแม่อยู่ตลอดเวลา และพยายามปลอบใจกันเองภายในครอบครัว ส่วน ด.ต.อดุลย์ แม้จะยังรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บ ก็ยังคอยให้กำลังใจลูกๆ อย่างใกล้ชิด ท่ามกลางความสูญเสียครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นกับครอบครัวนี้
ด้านนายมะรอสาลี โต๊ะอีแม่ ญาติผู้เสียชีวิต และเป็นผู้ที่อุ้มเด็กออกจากจุดเกิดเหตุ เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุตนไม่ได้อยู่ในพื้นที่ แต่มีญาติที่อยู่ภายในโรงเรียนโทรศัพท์มาแจ้งว่า น.ส.ฟาตีเมาะ และ ด.ต.อดุลย์ ถูกคนร้ายยิง ตนจึงรีบเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุทันที
เมื่อไปถึง พบเด็กทารกวัยเพียง 35 วัน ยังอยู่ในอ้อมกอดของแม่ ตนจึงรีบอุ้มเด็กส่งโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด พร้อมยอมรับว่า ภาพแรกที่เห็นสร้างความตกใจและหดหู่ใจอย่างมาก เพราะเด็กที่เพิ่งลืมตาดูโลกได้เพียง 35 วัน ต้องมาเผชิญเหตุการณ์รุนแรงเช่นนี้ แต่ยังโชคดีที่พระเจ้ายังเมตตาให้เด็กปลอดภัย
นายมะรอสาลี เผยต่อว่า สำหรับฟาตีเมาะนั้น ตนมองเหมือนน้องสาวคนหนึ่ง ขณะที่พ่อแม่ของเธอ ตนก็ให้ความเคารพนับถือเสมือนพ่อแม่คนที่สอง โดยฟาตีเมาะเป็นคนเงียบ พูดน้อย หลังเรียนจบก็ทำงานเป็นครูอยู่ที่โรงเรียนประสานวิทยา ใช้ชีวิตเรียบง่าย ไม่ค่อยออกไปไหน ส่วนใหญ่จะอยู่บ้าน แต่เป็นคนอัธยาศัยดี เข้ากับคนรอบข้างได้ดี
ส่วนสภาพจิตใจของลูกทั้ง 3 คน ขณะนี้อยู่ในอาการย่ำแย่ ซึ่งต้องแลอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้วอนขอให้ตำรวจเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี เพื่อคืนความเป็นธรรมให้กับฟาตีเมาะและครอบครัวโดยเร็วที่สุด
ด้านนายอิบรอฮิม ยาโงะ พี่ชายผู้ตาย เปิดเผยว่า เมื่อทราบข่าวตนและครอบครัวตกใจมาก และสภาพจิตใจแย่มากไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นกับครอบครัวตน ส่วนลูกตอนนี้คอยถามหาแม่อยู่ตลอด
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ขณะที่ความคืบหน้าการติดตามคนร้าย เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน จ.ปัตตานี เร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุและเส้นทางหลบหนี พร้อมขอความร่วมมือร้านค้าและชาวบ้านช่วยตรวจสอบบุคคลต้องสงสัยที่แต่งกายคล้ายผู้หญิง โดยพบว่ารถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุมีลักษณะคล้ายกับคดีลอบยิง ด.ต.มะยากี ดีเย๊าะ เมื่อวันที่ 4 พ.ค.ที่ผ่านมา จึงเชื่อว่าคนร้ายน่าจะเป็นกลุ่มเดียวกัน
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำพยานบางส่วน พร้อมนำภาพผู้ต้องสงสัยในคดีความมั่นคงให้ตรวจสอบ เบื้องต้นคดีมีความคืบหน้าพอสมควร แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ โดยอยู่ระหว่างรอผลตรวจปลอกกระสุนและดีเอ็นเอจากนิติวิทยาศาสตร์ คาดรู้ผลภายใน 2-3 วัน
ส่วนคนร้าย หน่วยความมั่นคงเชื่อว่าได้หลบหนีไปกบดานอยู่ตามพื้นที่ป่าเขา โดยกลุ่มผู้ก่อเหตุมีความชำนาญทั้งในการก่อเหตุและการหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงต้องปฏิบัติการติดตามอย่างระมัดระวัง เนื่องจากพื้นที่ภูเขาหลายจุดมีความเสี่ยงต่อการเข้าปฏิบัติการ อีกทั้งผู้ต้องหาบางรายที่มีหมายจับติดตัว มักเลือกต่อสู้หรือยอมพลีชีพ ทำให้ภารกิจติดตามจับกุมเป็นไปด้วยความยากลำบาก








